วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

'ไมเคิล ดักลาส' เป็นมะเร็งช่องปากเพราะ 'ออรัล เซ็กซ์' จริงหรือ???


ไมเคิล ดักลาส ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง เปิดใจหลังป่วยเป็นโรคมะเร็งลำคอมานาน 3 ปี โดยเขาสารภาพว่า สาเหตุของมะเร็งที่เขาเป็น ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ แต่เป็นผลจากการติดเชื้อระหว่างการทำรักด้วยปาก หรือ "ออรัล เซ็กซ์" 

เรามาทำความรู้จักไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูด และอาจทำให้ผู้ติดเชื้อเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้ และจริงหรือไม่ที่  "ออรัล เซ็กซ์" ทำให้เป็นมะเร็งช่องปากได้ แล้วจะป้องกัน ตรวจรักษาได้อย่างไร???

ไมเคิล ดักลาส เป็นโรคมะเร็งได้อย่างไร?
ดาราฮอลลีวูด วัย 68 ปี เจ้าของผลงานภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Basic Instinct  Fatal Attraction  และ วอลล์ สตรีท เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ หลังจากป่วยเป็นมะเร็งลำคอมานานเป็นเวลา 3 ปี
สาเหตุที่เขาเป็นมะเร็งลำคอ ไม่ได้เกิดจากการติดเหล้า หรือสูบบุหรี่จัด ตามที่หลายคนตั้งข้อสงสัย  แต่เกิดจากการติดเชื้อ HPV หรือ Human papilloma virus ซึ่งเป็นเชื้อไวรัส ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์  โดยไมเคิล บอกว่า ในกรณีของเขา เกิดจากการทำรักด้วยปากหรือออรัล เซ็กซ์ ให้กับผู้มีเชื้อโรคไวรัสตัวนี้

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1990 ไมเคิลเคยเข้ารับการรักษาอาการเสพติดมาแล้ว โดยบางคนบอกว่า เป็นอาการเสพติดการร่วมเพศ หรือ เซ็กซ์ แอดดิกต์ชั่น แต่ดักลาส ปฏิเสธว่า จริงๆ แล้วเป็นการบำบัดอาการติดเหล้า แต่เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2553 ไมเคิล ดักลาส เคยเปิดใจในรายการทอล์ก โชว์ ของ "เดวิด เลทเทอร์แมน" มาแล้วว่า อาการมะเร็งลำคอของเขาอยู่ในขั้นที่ 4 และหากถึงขั้นที่ 5 หมายถึง เขาอาจต้องเสียชีวิตทันที

ไวรัส HPV เป็นสาเหตุของการเกิดโรคหูด และอาจทำให้ผู้ติดเชื้อเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกได้ โดยในประเทศอังกฤษ HPV นับเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่แพร่หลายมากที่สุดเป็นอันดับสอง รองจากโรคหนองในเทียม HPV สามารถแพร่กระจายได้ ผ่านการสัมผัสร่างกายแบบผิวหนังต่อผิวหนัง รวมถึงการทำออรัล เซ็กซ์ /นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อเอชพีวี ยังอาจใช้เวลานานนับปีกว่าจะแสดงอาการออกมา และมีความเป็นไปได้ ที่จะแพร่กระจายเชื้อนี้ไปสู่ผู้อื่น ทั้งในช่วงก่อนหน้าแสดงอาการ หรือหายขาดจากโรคติดต่อจาก HPV แล้ว

ส่วนวิธีป้องกัน  แนะนำให้ผู้ชายสวมใส่ถุงยางในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ โดยวิธีนี้แม้จะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผิวหนังบริเวณที่เกิดโรคยังอาจสัมผัสกันได้ แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้มาก

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเผยอีกว่า การเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อยครั้ง ก็เป็นอีกสาเหตุที่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี ขณะที่แพทย์ มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีบางสายพันธุ์ที่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่การฉีดวัคซีนจะได้ผลก็ต่อเมื่อ ผู้มีโอกาสเสี่ยงได้รับวัคซีน ก่อนการสัมผัสกับเชื้อโรคนี้แล้วเท่านั้น

มะเร็งช่องปากคืออะไร สาเหตุที่เป็น???
วารสารของแพทยสมาคมของสหรัฐฯ ฉบับล่าสุดได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยของศูนย์ศึกษามะเร็งครบวงจร ของมหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐโอไฮโอ ซึ่งระบุว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus หรือ HPV ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดมะเร็งในช่องปาก มากกว่าผู้หญิง


โดยแพทย์ได้ทำการวิจัยจากกลุ่มตัวอย่างประมาณ 5,500 คน ตั้งแต่อายุ 14 ปี ถึง 69 ปี พบว่า ผู้ชายในกลุ่มตัวอย่างประมาณร้อยละ 10 ติดเชื้อไวรัส HPV ขณะที่ผู้หญิงติดเชื้อดังกล่าวเพียงร้อยละ 3.6 เท่านั้น  แต่เดิมเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การดื่มสุราและการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งในช่องปาก ศีรษะและลำคอ  แต่ผลงานวิจัยล่าสุดพบว่า เชื้อไวรัสการติดเชื้อ HPV ในช่องปากเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคมะเร็งถึงร้อยละ 50

ขณะที่ข้อมูลทางสถิติในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ามียอดผู้ป่วยโรคมะเร็งในช่องปาก ศีรษะและลำคอในเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเชื้อไวรัส HPV เป็นสาเหตุโดยตรงของโรคมะเร็งชนิดดังกล่าว
ในรายงานการวิจัย ทีมวิจัยซึ่งนำโดยศาสตราจารย์ แพทย์หญิงมอร์รา กิลลิสัน (Maura Gillison) ได้ระบุว่า ข้อค้นพบจากงานวิจัยสามารถนำไปต่อยอดในการผลิตวัคซีนต้านไวรัส HPV ซึ่งจะต้องศึกษาถึงประสิทธิภาพของวัคซีนว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งชนิดดังกล่าวได้ดีเพียงใด

นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังได้คาดการณ์ถึงแนวโน้มผู้ป่วยโรคมะเร็งในลำคอและศีรษะซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัส HPV ภายในปี 2563 จะเพิ่มสูงขึ้นจนแซงหน้ายอดผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสหรัฐฯ แต่ถ้าหากมีการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัส HPV อย่างจริงจังก็อาจจะช่วยควบคุมจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งจากไวรัส HPV ได้ โดยปกติแล้ว เชื้อไวรัส HPV เป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูก แต่ในระยะหลังแพทย์ตรวจพบโรคมะเร็งที่เกิดจากเชื้อไวรัส HPV มากขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากความนิยมในการมีเพศสัมพันธ์แบบโอษฐกาม หรือ oral sex นั่นเอง รู้อย่างนี้แล้ว หากเรามีความเสี่ยงตามปัจจัยต่างๆที่เรามา เราต้องทำอย่างไร?

มีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งช่องปากไหม? ควรพบแพทย์เมื่อไร?
อย่าเพิ่งตื่นตกใจไป หากเรามีความเสี่ยง ดังกล่าวมาทั้งหมด ถึงแม้นว่าในปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองโรคมะเร็งช่องปากตั้งแต่ยังไม่มีอาการ แต่หากเราเริ่มสังเกต่ช่องปาก โดยเมื่อถึงเวลาแปรงฟันทุกๆเช้าหรือก่อนนอน ยอมเสียเวลาที่จะสังเกตความผิดปกติของเนื้อเยื่อ/อวัยวะต่างๆของช่องปาก หากพบความผิดปกติ เช่น มีแผลที่รักษาไม่หายใน 2-3 สัปดาห์ มีฝ้าขาว หรือฝ้าแดง ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาแต่เนิ่นๆ
เป็นการตรวจด้วยตัวเราเองได้ดีที่สุด หากเกิดความ

มะเร็งช่องปากมีอาการอย่างไรบ้าง?
อาการที่พบได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปาก ได้แก่
·      มีฝ้าสีขาว (Leukoplakia) หรือสีแดง (Erythroplakia) ในเยื่อเมือกบุช่องปาก และ/หรือลิ้น
·      มีแผลในช่องปากที่รักษาไม่หายเป็นเวลานานเกิน 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป
·      มีตุ่ม หรือก้อนในช่องปากที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมักไม่มีอาการเจ็บปวด
·      ฟันโยก หรือหลุด หรือใส่ฟันปลอมไม่ได้ เนื่องจากมีก้อนเนื้อบริเวณเหงือก พื้นปาก หรือเพดานปาก
·      มีปัญหาในการเคี้ยวอาหาร หรือการกลืนอาหาร จากการอุดกั้นของก้อนเนื้อ หรือจากการเจ็บจากแผลมะเร็ง
·      มีเลือดออกผิดปกติในช่องปากจากแผลมะเร็ง
·      มีก้อนที่ลำคอ ซึ่งคือ ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ โต คลำได้จากมีโรคมะเร็งลุกลาม แต่มักไม่มีอาการเจ็บปวด

ป้องกันมะเร็งช่องปากได้อย่างไร?
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งช่องปาก แต่มีข้อแนะนำที่ช่วยลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้บ้าง คือ
 * การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคดังกล่าวแล้วที่หลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะ การสูบบุหรี่ และการดื่มแอลกอฮอล์
* ควรดูแลสุขภาพในช่องปากทุกวัน ที่สำคัญคือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งเมื่อตื่นนอนเช้า และก่อนเข้านอน ใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละครั้งก่อนแปรงฟันเข้านอน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพในช่องปากและฟัน ทุกๆ 6-12 เดือน หรือบ่อยตามทันตแพทย์แนะนำ
* หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า หรือทายากันแดด (ลิปสติกชนิดป้องกัน UV) เพื่อป้องกันมะเร็งริมฝีปาก
* ไม่สำส่อนทางเพศ เนื่องจากไวรัสหูด HPV เพิ่มเสี่ยงโรคนี้ได้

เห็นไหมครับมะเร็งช่องปากนี้ ยังพอมีทางตรวจดูรู้ได้ด้วยตัวคุณเอง แต่ต้องรู้สาเหตุ ไม่ใช่ตกใจอย่างไร้เหตุผล หากมีข้อสงสัย  ทุกท่านสามารถไปที่ร้านยาใกล้บ้าน เภสัชกรใจดีทุกท่าน พร้อมให้คำแนะนำเพื่อสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ปลอดภัยต่อทุกท่านอยุ่แล้วครับ

แหล่งข้อมูล
·         เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ 4 มิย. 2556

ห้ามนำบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ โดยผู้เขียนไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น ผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ

การนำเอาบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยผู้เขียนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มา
บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากบุคลากรสหวิชาชีพทางสาธารณสุข รวมทั้งเภสัชกรใจดี ที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องนะครับ

รูปประกอบ
Throat cancer 'caused by oral sex' says Michael Douglas, http://www.bbc.co.uk/news/health-22751349

Can Oral Sex Cause Cancer?
By Gardiner Harris , MensJournal ,

Yes, oral sex can lead to cancer


HPV and Cancer,



มะเร็งปากมดลูก, สาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,

มะเร็งช่องปาก,
หน่วยสารสนเทศมะเร็ง  โรงพยาบาลสงขลานครินทร์,

มะเร็งช่องปาก, website หาหมอ.com, http://haamor.com/th/มะเร็งช่องปาก/

มะเร็งช่องปาก,

'ไมเคิล ดักลาส' เปิดใจเป็นมะเร็งเพราะ 'ออรัล เซ็กซ์', http://news.voicetv.co.th/entertainment/71524.html

ผู้ชายเสี่ยงเป็นมะเร็งช่องปากมากกว่าผู้หญิง,

นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์, 8 วิธีป้องกันมะเร็งช่องปาก,

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น