แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิดร้านยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เปิดร้านยา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปัญหาเดิมของร้านยา เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้ลูกค้ากล้าเข้าร้าน โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

 

ผมเพิ่งไปฟังการบรรยายของอาจารย์พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในงานบรรยายค้าปลีกรุ่นใหม่ของกสิกรไทย กูรูด้านค้าปลีกท่านนี้ได้กล่าวนำว่าอาวุธสำคัญที่สุดของค้าปลีกรายย่อยก้อคือ “Imagination” ครับ เราจะรอดตาย เสมอตัวหรือชนะได้ ความคิดใหม่ ลงมือทำใหม่เท่านั้นที่เป็นทางรอดและทางเลือก ท่านได้เน้นย้ำว่าลูกค้าสมัยนี้เริ่มชอบและเคยชินต่อการจัดร้านใหม่ ร้านจะต้องมีการจัดหน้าร้านให้ดูเป็นระบบระเบียบลูกค้าสามารถเดินเลือกหยิบสินค้าได้เอง  
 


อาจารย์บุริม โอทกานนท์ ประธานสาขาการตลาดวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้แสดงความเห็นต่อปัญหาและข้อแนะนำในธุรกิจร้านขายยาว่า ธุรกิจร้านขายปลีกยาเป็นธุรกิจที่ไม่ง่าย เพราะบางร้านขายปลีกก็ทำตัวเป็นร้านขายส่งไปด้วยสำหรับยาหรือเวชภัณฑ์ บางประเภท ดังนั้นหากอยากจะสร้างร้านขายยาแบบโชว์ห่วยให้เติบโตและแข็งแรงอาจจะต้องมองให้เห็นถึงวงจรธุรกิจและโฟกัสให้ชัดหรือผสมผสานให้ดีว่าต้องการผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างไร
ปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการพื้นที่ร้านยาหรือ space management

กิจการร้านขายยาส่วนใหญ่มักมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ แต่กลับมีจำนวนของสินค้าที่เป็นสินค้าคนละตัว คนละประเภทกันหรือที่นักการตลาดเรียกกันว่า SKU (Stock Keeping Unit) ไม่ต่ำว่า 4,000 รายการของสินค้าหรือไม่ต่ำกว่า SKU ซึ่งแต่ละ SKU จะมีจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งโหล
ร้านขายยาไม่จำเป็นต้องวางตัวอย่างสินค้าหรือโชว์สินค้าทุกตัวภายในร้าน นำขึ้นมาโชว์ส่วนหนึ่งก็พอ ส่วนจะพิจารณาว่าควรโชว์สินค้าใดไว้หน้าร้านบ้าง ร้านค้าก็จะต้องดูจากประเภทยาที่ลูกค้าประจำซื้อบ่อย และยาที่เป็นยาตลาดยี่ห้องดังๆ ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวดหัว แก้ไข้ แก้หวัด ยาหม่อง ยาดม ยาหอม ส่วนยาเฉพาะที่ต้องใช้คำสั่งซื้อจากแพทย์หรือเวชภัณฑ์ยาที่ต้องใช้คำอธิบายและให้ความรู้ก่อนใช้ก็เก็บเข้าไปใว้ข้างในร้าน ซึ่งควรจัดเป็นที่สำหรับให้เภสัชกรแนะนำ นอกจากนี้ควรจะต้องมีการทำ สต๊อกยาทั้งหมด เพื่อดูว่ายาชนิดใดขายได้ดีหรือๆ ไม่ดี มียาอะไรค้างสต๊อกอยู่บ้าง ซึ่งส่วนที่ขายไม่ได้หรือขายยากเหล่านี้จะเข้ามากินที่ภายในร้าน
การจัดเอกสารแนะนำยาหรือคู่มือให้ความรู้ 

การที่จะเป็นโมเดิร์นหรือไม่นั้นไม่ได้อยู่ตรงนี้ เพราะสิ่งสำคัญที่ลูกค้ามองต่อร้านขายยาคือ ความสะอาด และสว่าง และการที่ร้านขายยาใดไม่ได้ติดแอร์ก็ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ว่าเป็นร้านที่โมเดิร์น เพราะส่วนสำคัญอยู่ที่การจัดร้านให้ดูสะอาดและมีความสว่างเพียงพอ จัดวางยาที่ลูกค้าต้องการให้เห็นได้ง่ายและน่าหยิบน่าใช้น่าจะมีประโยชน์กว่า ส่วนเรื่องของเอกสาร ถ้าสามารถแจกได้ก็จะดีแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องวางเอกสารของเวชภัณฑ์ยาทุกอย่างที่มีในร้านมีเพียงหนึ่งหรือสองก็พอ แล้วค่อนผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน
เรื่องสุดท้าย ร้านขายยารายย่อยน่าจะนำเรื่องข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ไปเป็นโจทย์ให้กับพนักงานขายยาหรือบริษัทยา ที่ต้องการแนะนำเวชภัณฑ์ของตนเอง ให้พยายามพัฒนาอุปกรณ์หรือเครื่องไม้เครื่องมือสนับสนุนการขายให้กับเหมาะสมอีกด้วย
 
แหล่งข้อมูล
เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ 4 มีค. 2555
E-mail:utaisuk@gmail.comFacebook: “UTAI SUKVIWATSIRIKUL
ห้ามนำบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ โดยผู้เขียนไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้นผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ
การนำเอาบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยผู้เขียนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาและ Copy url addressไปด้วยเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านบทความจากเว็บไซต์ของผู้เขียนได้โดยตรง
รูปประกอบมาจาก
th.wikipedia.org

วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ถ้าอยากเริ่มธุรกิจของเราเอง ควรเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง

ธุรกิจ SMEs ดูเหมือนเป็นเรื่องยากสำหรับผู้เริ่มต้น คนเหล่านี้มักมีคำถามเกิดขึ้นมากมายว่าควรเริ่มต้น จากจุดไหนก่อน แล้วทำอย่างไรต่อไปจึงจะประสบความสำเร็จ แนวทางการเริ่มต้นธุรกิจ เราควรเริ่มจากการหาข้อมูลใน 3 ด้านใหญ่ ๆ คือ กำลังของตนเอง ตลาดลูกค้าและคู่แข่ง จากนั้น จึงไปสู่การจัดตั้งองค์กร ซึ่งในแต่ละด้านมีรายละเอียดปลีกย่อย ดังนี้


วัดกำลังตนเอง 
         1. การรู้จักตน โดยประเมินว่าตนเองมีคุณสมบัติที่จะทำธุรกิจนั้น ๆ หรือไม่ เช่น มีความรู้ ความสามารถ มีความอดทน ขยัน ซื่อสัตย์ ยอมรับความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ดังเช่น กล้านำเงินออมที่เก็บทั้งชีวิตมาลงทุน เป็นต้น และที่สำคัญ คือ ต้องหนักแน่น จริงจัง และกล้าตัดสินใจ 
          2. เลือกประเภทธุรกิจที่เหมาะสมกับตนเอง โดยดูจากความชอบ ความถนัด ความสนใจของตนเองเป็นหลัก เพราะงานที่ตนรัก จะทำให้ผู้ประกอบการอยากแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ ทางธุรกิจ 
          3. สำรวจฐานะทางการเงิน ว่าตนเองมีเพียงพอหรือไม่ การเงินควรจัดแบ่งออกเป็นส่วน ๆ เช่น แบ่งไว้สำหรับใช้จ่ายในครอบครัว แบ่งเป็นเงินฝากไว้กับธนาคารเพื่อใช้ในยามจำเป็น และแบ่งไว้สำหรับการออมเพื่อการลงทุน อาจเป็นการลงทุนระยะสั้น และระยะยาว เช่น การซื้อพันธบัตรรัฐบาล เมื่อจัดแบ่งเป็นส่วนต่าง ๆ แล้ว เราจะเห็นว่าตนเองมีเงินเพียงพอเพื่อทำธุรกิจหรือไม่ หรือต้องหาจากแหล่งเงินกู้อื่น ๆ 
          4. มีทำเลที่ตั้ง ถ้าผู้เริ่มต้นธุรกิจมีสถานที่เป็นของตนเอง และอยู่ในทำเลที่ดีก็ไม่มีปัญหา แต่หากผู้เริ่มต้นยังไม่มี ควรมองหาทำเลที่เหมาะสมกับธุรกิจ เช่น ย่านศูนย์การค้า ชุมชน อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ เป็นต้น และเรายังต้องคำนึงต่อด้วยว่า ทำเลควรใช้วิธีซื้อ หรือเช่าดี โดยดูที่เงินทุนว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากเรามีเงินน้อย ก็ควรใช้วิธีเช่าจะดีกว่า ทั้งนี้ ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรดูถึงรายละเอียดของสัญญา ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ เพียงไร 

สอดส่องตลาดลูกค้า-คู่แข่ง 
          1. รู้ข้อมูลของลูกค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรสำรวจความ ต้องการสินค้าหรือบริการ ว่ามีมากน้อยเพียงใด เหมาะกับลูกค้ากลุ่มใด วัยใด ชาย หรือหญิง เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการผลิตต่อไป 
          2. รู้ข้อมูลของคู่แข่ง ธุรกิจในปัจจุบันมีมากมาย เราจำเป็นต้องทราบว่า คู่แข่งของเราเป็นอย่างไรจุดเด่น จุดด้อยของเขาอยู่ตรงไหน แต่การรู้มูลของคู่แข่งไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต่างฝ่ายต่างปิดบังข้อมูลเหล่านี้ 

การจัดตั้งธุรกิจ
          เมื่อเราประเมินตนเองและประเมินตลาดแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดตั้งธุรกิจ วิธีจัดตั้งธุรกิจแบ่งเป็นส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้ 
          1. การตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายของธุรกิจ ต้องมีความชัดเจน ว่าธุรกิจทำอะไร ที่ไหน อย่างไร ผลที่คาดว่าจะได้รับ โดยผู้เริ่มต้นธุรกิจต้องคำนึงว่า เมื่อตั้งขึ้นมาแล้วจะสามารถทำตามได้หรือไม่ 
          2. รูปแบบขององค์กร รูปแบบขององค์กรมีหลายลักษณะคือ เป็นเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัท ความรับผิดชอบของทั้ง 3 ลักษณะจะต่างกันไป คือ เจ้าของคนเดียว จะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในทุกเรื่อง ห้างหุ้นส่วนคือมีหุ้นส่วนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ความรับผิดชอบของแต่ละคนมากน้อยต่างกันไป ตามอัตราส่วนที่ตกลงกันไว้ ส่วนผู้ที่ลงทุนด้วยรูปแบบบริษัท ก็ต้องมีสมาชิกก่อตั้งจำนวน 7 คนขึ้นไป และผลตอบแทนที่ได้จะอยู่ในรูปของเงินปันผล 
          3. การหาแหล่งเงินทุน ปกติเงินทุนมาจาก 2 แหล่งใหญ่ ๆ คือ เงินทุนที่อยู่ในมือ และเงินทุนที่มาจากการกู้ยืม สำหรับการขอกู้เงิน หากเป็นนักลงทุนรายใหม่อาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่ได้รับความเชื่อถือ ดังนั้น การสร้างเครดิตหรือความน่าเชื่อถือให้กับตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ และสิ่งที่ยืนยันความน่าเชื่อถือของเราได้คือ ผลการดำเนินงานของกิจการที่ผ่านมา รวมถึงสถานะทางการเงิน เช่นงบการเงินต่าง ๆ ประมาณการกำไรที่คาดว่าจะได้รับ
          4. สินค้าหรือบริการที่จะผลิต ต้องสอดคล้องกับ ข้อมูลความต้องการของลูกค้า และที่สำคัญ สินค้าควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ไม่เหมือนใคร 
          5. การจัดจำหน่ายสินค้า ผู้เริ่มต้นธุรกิจควรดูความเหมาะสมของตลาดว่า จะจัดจำหน่ายในลักษณะใด เช่น ขายให้กับผู้บริโภคโดยตรง ผ่านพ่อค้าคนกลาง มีผู้แทนจำหน่ายหรือหลายวิธีรวมกัน เป็นต้น 
          6. การจัดการทางการเงิน คือ การวางแผนการใช้จ่ายเงิน ให้เงินหมุนเวียนไหลคล่องตลอด สิ่งที่ช่วยให้รู้ฐานะการเงินของเรา คือ การทำบัญชี งบการเงิน ไม่ว่าจะเป็น งบดุล งบกำไรขาดทุน ประมาณการรายรับรายจ่าย เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้เริ่มต้นธุรกิจยังต้องแบ่งส่วนเงินทุนหมุนเวียนไว้ เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายภายในกิจการ เช่น เงินเดือนพนักงาน เงินจัดซื้อวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เงินเหล่านี้ต้องควบคุมให้พอใช้ไม่ขาดมือ เพราะถ้าผู้ประกอบการสะดุดกับภาวะการเงิน กิจการอาจหยุดชะงักลงได้ 
          7. พนักงาน เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้กิจการประสบความสำเร็จหรือไม่ ถ้านายจ้างสามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พนักงานก็จะมีขวัญ และกำลังใจที่ดีในการทำงาน ผลที่ตามมา กิจการจะเจริญรุดหน้า 

ก้าวแรกบนถนนธุรกิจ : เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ โดยใช้เป็นแนวทางวัดและเตรียมความพร้อมของตนเองในด้านต่าง ๆ ก่อนลงสู่สนามแข่งขันทางการค้า

แหล่งข้อมูล "การดำเนินธุรกิจ SMEs" คู่มือดำเนินธุรกิจ SMEs โดย นันทินาถ อมรประสิทธิ์

รูปภาพมาจาก  http://www.oritorservices.com/voipsme.shtml
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/327479

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อยากเปิดร้านขายยา ต้องทำอย่างไรบ้าง? โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

มีซองคำถามมาจากสมาชิกของ blogและ facebook ส่งเมล์มาเยอะเกี่ยวกับตลาดยา ที่ยอดนิยมก็คือถามว่า สนใจอยากลงทุนเปิดร้านขายยา เห็นบอกว่า กำไรดี โอกาสเสี่ยงน้อย ภาวะเศรษฐกิจแย่ยังไง ยังไงคนก็ยังต้องป่วย ยาก้อยังขายได้


มาฟังคำตอบจากเภสัชกรร้านยาไหมครับ ว่าเปิดร้านขายยาต้องทำอย่างไร

ก่อนลงทุนในกิจการใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นเปิดร้านกาแฟ ร้านซักรีด สำหรับนักลงทุนที่ชาญฉลาดแล้ว คุณคงต้องลงมือทำการบ้านอย่างหนัก สำหรับการเปิดร้านยาให้ประสบความสำเร็จนั้น ผมได้เตรียมข้อมูล การเปิดร้านยาอย่างไร ให้รอดตายและร่ำรวยเป็นการรวบรวมข้อมูลสำหรับเภสัชกร รวมทั้งผู้Œที่สนใจในการเปิดร้านยา จะได้ทราบขั้นตอนต่างๆในการเปิดร้านยา ได้เห็นภาพรวมธุรกิจร้านยาในหลายๆ ด้าน ที่เกี่ยวข้Œองกับการจัดการค้าปลีก วิชาชีพ จรรยาบรรณและจริยธรรม โดยรวมเนื้อหาตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง การขอใบอนุญาต กลยุทธ์สำคัญๆในการเลือกทำเล งานก่อสร้างร้าน การเลือกสินค้าที่จะมาวางจำหน่ายและแหล่งที่จะซื้อ ไปจนถึงการบริหารคลังสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

อยากเปิดร้านขายยา ต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนที่ 1: สิ่งที่คุณต้องรู้ ก่อนตัดสินใจ

เป็นข้อมูลก่อนเริ่มต้น เพื่อให้นักลงทุนได้เตรียมตัวเป็นเสบียงตุนไว้ก่อนตัดสินใจกระโจนสู่โลกธุรกิจร้านขายยาครับ หัวข้อที่ท่านควรรู้ได้แก่

1. รู้จักธุรกิจสุขภาพ ยาและเวชภัณฑ์

·         ภาพรวมตลาดยาและร้านขายยา

·         ภาพรวมการรับบริการทางสาธารณสุขของคนไทยและแนวโน้ม

·         แนวโน้มธุรกิจร้านยาและสภาวะการแข่งขัน

·         ช่องทางการจัดจำหน่าย

·         ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดยา

2. เจาะลึกธุรกิจร้านยา

·         ตลาดร้านยา

·         กฎหมายและระเบียบบังคับที่เกี่ยวข้องกับร้านขายยาในปัจจุบันและอนาคต

·         การแบ่งประเภทร้านยาและจำนวนร้านยา

·         สภาวะการแข่งขันและแนวโน้มตลาด

·         คู่แข่งขันหลักในตลาดร้านยา Chainstore & Francise vs. Local & International

·         Key Success Factors ในการเปิดร้านยาให้ประสบความสำเร็จ

3. Checklist คิดก่อนลงมือทำ

·         ปัจจัยการลงทุน

·         ผลตอบแทนและความเสี่ยง

·         ความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ประกอบการ

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ลงทุน เปิดร้านยา โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ก่อนลงทุนในกิจการใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นเปิดร้านกาแฟ ร้านซักรีด สำหรับนักลงทุนที่ชาญฉลาดแล้ว คุณคงต้องลงมือทำการบ้านอย่างหนัก สำหรับการเปิดร้านยานั้น หากอยากจะเปิดให้ไม่เจ้ง มีแนวทางในการลงทุน ในมุมมองของเภสัชกรที่เปิดร้านยามาก่อน เราได้เตรียมข้อมูลเรื่องแผนการลงทุนเปิดร้านยาให้แล้ว 

ใน Excel File ที่แนบมาด้วย ในการวางแผนเปิดร้าน เราต้องพิจารณาตั้งแต่
  • สภาพพื้นที่ร้านยาที่จะไปเปิด
  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
  • คู่แข่ง จุดแข็งจุดอ่อน ฐานลูกค้า รูปแบบการขายสินค้า ชนิดสินค้า ราคา กำไรขั้นต้น เจ้าของและเภสัชกร
  • แผนธุรกิจและนโยบายที่เรานำมาเลือกใช้
    ซึ่งจะนำมาทำเป็นตารางการคำนวน ที่เริ่มตั้งแต่ เงินลงทุนเบื้องต้นทั้งในส่วนการเช่า ปรับพื้นที่ ค่าอุปกรณ์ ค่าจ้างพนักงาน รวมไปถึงการประเมินรายได้ กำไรที่คาดว่าจะได้ 
  • ซึ่งทั้งหมดจะนำมาคำนวนเป็น ประเมินผลของการลงทุน ว่าจะคืนทุนในเวลาเท่าใด ผลการลงทุนคุ้มกับเงินเริ่มต้น หรือไม่
ตามไป DOWNLOAD ได้ตาม link ที่แนบมาด้วยเลยครับ
http://www.docstoc.com/docs/109728514/?key=YjVjY2MwODQt&pass=NmU0Ni00NDFm

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เปิดร้านยา ตอนที่ 1: สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจ โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ในซองจดหมาย E-Mail ที่ส่งมาแสวงหาคำตอบสุขภาพจากผมนั้นถามนั้น ยังมีอีกหนึ่งคำถามที่ขยันส่งกันมาจัง คือถามว่า "สนใจอยากลงทุนเปิดร้านขายยา" เห็นบอกว่า กำไรดี โอกาสเสี่ยงน้อย ภาวะเศรษฐกิจแย่ยังไง ยังไงคนก็ยังต้องป่วย ยาก้อยังขายได้ จริงหรือเปล่า 
มาฟังคำตอบจากเภสัชกรร้านยาไหมครับ 
ว่าเปิดร้านขายยาต้องทำอย่างไร
ก่อนลงทุนในกิจการใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นเปิดร้านกาแฟ ร้านซักรีด สำหรับนักลงทุนที่ชาญฉลาดแล้ว คุณคงต้องลงมือทำการบ้านอย่างหนัก สำหรับการเปิดร้านยานั้น ผมได้เตรียมข้อมูล การเปิดร้านยาอย่างไร” เป็นการรวบรวมข้อมูลสำหรับเภสัชกร รวมทั้งผู้Œที่สนใจในการเปิดร้านยา จะได้ทราบขั้นตอนต่างๆในการเปิดร้านยา ได้เห็นภาพรวมธุรกิจร้านยาในหลายๆ ด้าน ที่เกี่ยวข้Œองกับการจัดการค้าปลีก วิชาชีพ จรรยาบรรณและจริยธรรม โดยรวมเนื้อหาตั้งแต่การวิเคราะห์ตลาดและคู่แข่ง การขอใบอนุญาต กลยุทธ์สำคัญๆในการเลือกทำเล งานก่อสร้างร้าน การเลือกสินค้าที่จะมาวางจำหน่ายและแหล่งที่จะซื้อ ไปจนถึงการบริหารคลังสินค้าและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อยากเปิดร้านขายยา ต้องทำอย่างไรบ้าง ตอนที่ 1: สิ่งที่คุณต้องรู้ ก่อนตัดสินใจ
เป็นข้อมูลก่อนเริ่มต้น เพื่อให้นักลงทุนได้เตรียมตัวเป็นเสบียงตุนไว้ก่อนตัดสินใจกระโจนสู่โลกธุรกิจร้านขายยาครับ หัวข้อที่ท่านควรรู้ได้แก่ 
1. รู้จักธุรกิจสุขภาพ ยาและเวชภัณฑ์
·         ภาพรวมตลาดยาและร้านขายยา
·         ภาพรวมการรับบริการทางสาธารณสุขของคนไทยและแนวโน้ม
·         แนวโน้มธุรกิจร้านยาและสภาวะการแข่งขัน
·         ช่องทางการจัดจำหน่าย
·         ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดยา
2. เจาะลึกธุรกิจร้านยา
·         ตลาดร้านยา
·         กฎหมายและระเบียบบังคับที่เกี่ยวข้องกับร้านขายยาในปัจจุบันและอนาคต
·         การแบ่งประเภทร้านยาและจำนวนร้านยา
·         สภาวะการแข่งขันและแนวโน้มตลาด
·         คู่แข่งขันหลักในตลาดร้านยา Chainstore & Francise vs. Local & International
·         Key Success Factors ในการเปิดร้านยาให้ประสบความสำเร็จ
3. Checklist คิดก่อนลงมือทำ
·         ปัจจัยการลงทุน
·         ผลตอบแทนและความเสี่ยง
·         ความพร้อมและคุณสมบัติของผู้ประกอบการ
โปรดติดตามตอนต่อไป: อยากเปิดร้านขายยา ต้องทำอย่างไรบ้าง 
ตอนที่ 2: สิ่งที่คุณต้องลงมือทำ