วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ต่อมลูกหมากโต ยาที่ใช้รักษามีอะไรบ้าง???



 
โรคต่อมลูกหมากโต คือ สภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่ผิดปกติ เนื่องจากตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่ในบริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ อาจจะเกี่ยงเนื่องไปเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่ก้อได้ ยาที่ใช้ในกาารักษาและอาหารเสริมที่ใช้ป้องกันมีหลายตัว  เรามีบทความการรักษาโดยการใช้ยาโดย นพ.เปรมสันติ์ สังฆ์คุ้ม โรงพยาบาลรามาธิบดี มาแนะนำให้ทราบถึงการใช้ยาแต่ละตัว 

การรักษาต่อมลูกหมากโตโดยการใช้ยา 

ซึ่งในการรักษาผู้ป่วยแต่ละคนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปตามอาการของผู้ป่วย  ทำให้การรักษาผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตอาจมีความแตกต่างกันบ้าง  ดังนั้นเราไม่แนะนำให้ทุกท่านไปซื้อยากินเองนะครับ เราอยากให้ท่านได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยชาญแต่ละท่านที่พร้อมดูแลท่านอยู่แล้ว 

               การรักษาโดยการใช้ยาจะใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากขึ้น   หรืออาการผิดปกติของการถ่ายปัสสาวะนั้นส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ทำให้คุณภาพชีวิตของเราลดลง  ดังนั้นการรักษาต่อมลูกหมากโตโดยการใช้ยา ต้องร่วมกับการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตประจำวันที่มีผลต่อการปัสสาวะนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุด และมีผลข้างเคียงไม่มากนัก เนื่องจากยารักษาต่อมลูกหมากโตในปัจจุบันมีผลข้างเคียงน้อยกว่ายารักษาต่อมลูกหมากโตในยุคเก่าๆ  

ยาที่ใช้รักษาโรคต่อมลูกหมากโตแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ดังนี้

ยาคลายกล้ามเนื้อเรียบของต่อมลูกหมาก 

(Alpha-adrenergic antagonist)  เนื่องจากในต่อมลูกหมากมีส่วนประกอบของกล้ามเนื้อเรียบอยู่ประมาณ 40%  และกล้ามเนื้อเรียบเหล่านี้จะมีการบีบตัวทำให้ท่อปัสสาวะมีการตีบแคบลง  เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปัสสาวะลำบาก 

ยากลุ่มนี้จะทำให้กล้ามเนื้อเรียบเหล่านี้คลายตัว  ท่อปัสสาวะกว้างขึ้น  ทำให้ปัสสาวะได้คล่องขึ้น  เบ่งปัสสาวะน้อยลง 
ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้เช่น 
Terazosin 
, Doxazosin 

, Alfuzosin 

, Tamzulosin 


, Silodosin เป็นต้น  

ยาแต่ละตัวมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน  เห็นผลเร็ว  ทานยาเพียงวันละหนึ่งครั้ง และเป็นยาที่มีทั่วไปในโรงพยาบาลเกือบทุกแห่ง  จึงมักเป็นยาตัวแรกที่แพทย์มักจะจ่ายให้แก่ผู้ป่วย  ยากลุ่มนี้อาจมีอาการข้างเคียงได้บ้าง เช่น เวียนศรีษะ  หน้ามืด  อ่อนเพลีย คัดจมูก เป็นต้น

ยาลดขนาดต่อมลูกหมาก (5alpha-reductase inhibitor) 


ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์  5 alpha-reductase เป็นเอนไซม์ที่ตรวจพบได้ใจต่อมลูกหมาก  เอนไซม์นี้ทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนให้เป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน  ผลของฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรนทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดโตขึ้น  ดังนั้นเมื่อรับประทานยาในกลุ่มนี้แล้วขนาดของต่อมลูกหมากจะค่อยๆลดลงประมาณ 20% ที่ระยะเวลาประมาณ 6-12 เดือน ทำให้การปัสสาวะทำได้คล่องขึ้น  

ยากลุ่มนี้ใช้เวลาในการออกฤทธิ์นานกว่ายาคลายกล้ามเนื้อเรียบต่อมลูกหมาก  ดังนั้นจึงมักไม่ใช่ยาตัวแรกที่ผู้ป่วยได้รับ  การใช้ยากลุ่มนี้มักใช้ร่วมกันกับยาคลายกล้ามเนื้อเรียบต่อมลูกหมากในผู้ป่วยที่มีขนาดต่อมลูกหมากโตมากกว่า 30-40 กรัมขึ้นไป  มีการศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับยาสองชนิดนี้ร่วมกันพบว่าสามารถลดการดำเนินโรคต่อมลูกหมากโตได้ (risk reduction 67% from MTOPS trial)


ตัวอย่างในกลุ่มนี้ เช่น

Fenasteride


Dutrasteride  


เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลยับยั้งฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรนอาจมีผลข้างเคียงจากการที่ฮอร์โนลดลงได้บ้าง เช่น  ความต้องการและสมรรถภาพทางเพศลดลง 

ยาลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ (Anticholinergic) 


โรคต่อมลูกหมากโตนั้นนอกจากทำให้เกิดการอุดกั้นของท่อปัสสาวะยังมีผลต่อกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะด้วย ผลที่เกิดตามมาทำให้กระเพาะปัสสาวะมีการบีบตัวไวกว่าปกติ  ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อย  ต้องรีบไปเข้าห้องน้ำหลังปวดปัสสาวะเพราะกลัวปัสสาวะราด  รวมถึงปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน 

ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับยาคลายกล้ามเนื้อเรียบต่อมลูกหมากแล้วยังมีอาการปัสสาวะบ่อยมากอยู่  ยากลุ่มนี้อาจทำให้อาการปัสสาวะบ่อยดีขึ้นได้ 
ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้เช่น 


Oxybutinin ,


Tolteridine 


, Trospium 


, Solifenacin 


, Darifenacin เป็นต้น  

ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้อาจทำให้มีอาการปากแห้ง คอแห้ง ท้องผูกได้  และไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยที่มีอาการอุดกั้นของท่อปัสสาวะรุนแรง  มีปัสสาวะเหลือค้างในกระเพาะปัสสาวะมาก  หรือเป็นต้อหิน (narrow angle glaucoma)ร่วมด้วย

ยากลุ่มสมุนไพร (Phytotherapeutics) 


ในท้องตลาดมียากลุ่มสมุนไพรที่ให้สรรพคุณในการรักษาโรคต่อมลูกหมากโตเป็นจำนวนมากและมีราคาแตกต่างกัน  ผู้ป่วยหลายๆท่านใช้ยากลุ่มนี้แล้วอาการดีขึ้น  หลายท่านอาจเกิดความสงสัยว่ากลไกการออกฤทธิ์เป็นอย่างไร ได้ผลหรือไม่ 
ข้อมูลทางการแพทย์ที่มียังไม่ทราบกลไกการออกฤทธ์ของยากลุ่มนี้ชัดเจน  แต่เชื่อว่าเกิดจากหลายกลไกตามที่กล่าวมาข้างต้นรวมๆกัน  ดังนั้นข้อมูลที่มี ณ ปัจจุบันยังมีไม่มากพอที่จะสนับสนุนหรือต่อต้านการใช้ยาในกลุ่มนี้ครับ

ที่กล่าวมาเป็นภาพรวมของการรักษาต่อมลูกหมากโตโดยการใช้ยา  ซึ่งในการรักษาผู้ป่วยแต่ละคนจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันออกไปตามอาการของผู้ป่วย  ทำให้การรักษาผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตอาจมีความแตกต่างกันบ้าง  หากท่านมีข้อสงสัยเรื่องยาประการใด อย่าลังเลใจ เภสัชกรใจดีทั้งหลายพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องยาอยู่แล้วครับ 


แหล่งข้อมูล

นพ.เปรมสันติ์ สังฆ์คุ้ม,
 การรักษาโดยการใช้ยา (Medical therapy) , โรคต่อมลูกหมาก โรงพยาบาลรามาธิบดี,

http://www.prostate-rama.com/conten6_2.php

รูปประกอบ มาจาก  

http://www.mims.com/Thailand

http://www.yourcancertoday.com/Cancers/Prostate-Cancer/78

http://nafcpowderroomtalk.blogspot.com/2012/06/not-just-about-men.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น