แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาเหตุไมเกรน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาเหตุไมเกรน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปวดหัวไมเกรน ปัจจัยกระตุ้นให้เกิด เลี่ยงได้ ก้อไม่ปวด โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


ไมเกรนเป็นอาการปวดศีรษะตุบๆ อย่างรุนแรงโดยเริ่มจากบริเวณใกล้ดวงตา หรือบริเวณขมับข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำๆ มักพบร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้นอกเหนือจากอาการโรคทางกายแล้ว เพราะเวลาปวดจะรุนแรงและเกิดยาวนาน กว่าจะหายก้อต้องกินยาหรือพักผ่อนยาวนาน ทำให้มีอาการทางใจที่หวั่นวิตกว่าอาการปวดไมเกรนจะมาแวะเวียนเมื่อใด บางคนกลัวมากเสียจนเป็นอีกโรคหนึ่งตามมาคือโรคกลัวไมเกรน (Migraine phobia)

เอ!!! แล้วจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ?”
 ตามมาฟังคำตอบจากเภสัชกรร้านยากันดีกว่าครับ ว่า
คำแนะนำในการรักษาโรคนี้ที่ดีที่สุด คือค้นหาและหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้ปวด

วิธีการรักษาปวดหัวที่ดีที่สุด
วิธีการรักษาในขั้นต้นก็คือ ค้นหาว่าอะไรคือปัจจัยใดที่กระตุ้นให้เรา เกิดอาการแล้วหลีกเลี่ยงเสีย เพื่อลดอาการปวดให้น้อยที่สุดเสียก่อนจะดีกว่า ไปวิ่งหาวิธีบำบัดรักษาหรือต้องมารับประทานยา อาหารเสริมร้อยแปด
 เอ!!! แล้วจะรู้ได้อย่างไรหล่ะ? ตามมาฟังคำตอบจากเภสัชกรร้านยาดังต่อไปนี้

เป็นไมเกรนต้องเลี่ยงอะไรบ้าง ?  ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดไมเกรนมีทั้งปัจจัยภายในและภายนอกร่างกาย ที่ควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงมีดังต่อไปนี้

1. อาหารที่มีสารกระตุ้นอาการเริ่มแรกของไมเกรน เช่น ไนไทรต์หรือที่เรียกว่าสารเร่งเนื้อแดงซึ่งพบในเบคอน เนื้อฮอตดอก และเนื้อหมัก ไทรามีน พบในไวน์แดง ตับไก่ อาหารที่ใช้ยีสต์ แทนนิน พบมากในถั่วเปลือกแข็ง น้ำแอปเปิล องุ่น เบอร์รี่ ชา กาแฟ และไวน์แดง ซัลไฟต์ ที่ใช้ในการหมักไวน์และผลไม้แห้ง โมโนโซเดียมกลูตาเมตหรือผงชูรส นอกจากนั้นแล้วยังมีช็อกโกแลต เนยแข็ง อาหารทอด และผลไม้จำพวกส้ม

2. กินข้าวไม่ตรงเวลา ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำ เนื่องจากหิวหรือกินอาหารคาร์โบไฮเดรตขัดขาวมากเกินไป

3. อยู่ในภาวะขาดน้ำ ดื่มน้ำน้อยเกินไป รวมทั้งออกกำลังกายมากจนเสียเหงื่อมากเกินไป

4. ความเครียด และความวิตกกังวล

5. นอนหลับน้อย อดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ

6. อยู่ในที่ที่แสงจ้า หรือได้รับแสงจ้าเกินไป รวมทั้งการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ

7. อยู่ในสถานที่หรือได้รับฟังเสียงดัง

8. การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศหรือสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศแห้งหรือลมร้อนแห้ง อากาศร้อน หรือการอยู่กลางแดดนานๆ

9. กลิ่นบางอย่าง เช่น น้ำหอม ควันบุหรี่ ควันจากท่อไอเสียรถยนต์

10. การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายหรือการกินยาคุม การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการเกิดไมเกรน ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เป็นไมเกรนมักจะมีอาการปวดในช่วงที่มีประจำเดือน ความรุนแรงและระยะเวลาในการปวดมักจะมากกว่าในช่วงอื่น นอกจากนี้การตั้งครรภ์ในช่วงเดือนแรกๆ ก็มักจะทำให้ปวดไมเกรนได้มากขึ้น

ทำอย่างไร จะหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นไมเกรน ?
หาสมุดมาเล่มนึง ครองสติทุกครั้งที่ปวดไมเกรน แล้วบันทึกเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

1. ให้จดบันทึกอาการของโรคไมเกรน

* วันและเวลาที่ปวด

* ระยะเวลาที่ปวด

* อาการอื่นๆที่พบร่วม เช่น คลื่นไส้อาเจียน สิ่งกระตุ้นเช่น แสง เสียง กลิ่น

* ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ คุณผู้หญิงอย่าลืมบันทึกเกี่ยวกับรอบเดือนด้วยครับ

2. บางอาการเราก็อาจจะไม่สังเกตเห็นหรือจำไม่ได้ ให้คนใกล้ชิดคอยสังเกตถึงอาการก่อนปวดศีรษะเช่น หิวข้าว หิวน้ำ หาวนอน อ่อนเพลีย ซึมเศร้า แสง เสียง หนาวสั่น ปัสสาวะ แล้วบันทึกเอาไว้ด้วย

3. ไปหาหมอทุกครั้งให้นำบันทึกดังกล่าวไปด้วย เพื่อจะได้วิเคราะห์ได้แน่ชัดว่าปัจจัยใดแน่ที่เป็นสัญญาณนำกระตุ้นอาการปวดไมเกรน

4. ให้หลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าว เพื่อลดอาการ แต่ถ้ายังมีอาการปวดแย่ลงไปอีก ต่อไป ก้อถึงเวลาพบแพทย์เพื่อหาเลือกวิธีบำบัดได้แล้วครับ   

ตอนต่อไปพบกับความรู้ในการรักษา ยาที่ใช้อย่างไรให้หายปวดหัวไมเกรน

แหล่งข้อมูล

•เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ 12 มีค. 2556

ห้ามนำบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ โดยผู้เขียนไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น ผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ

การนำเอาบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยผู้เขียนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาและ Copy url address ไปด้วยเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านบทความจากเว็บไซต์ของผู้เขียนได้โดยตรง

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากบุคลากรสหวิชาชีพทางสาธารณสุข รวมทั้งเภสัชกรใจดี ที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องนะครับ

·         รูปประกอบจาก http://www.understandmigraines.org/migraine-articles/what-causes-migraines-10-worst-offenders

ไมเกรน: สาเหตุของปวดศีรษะไมเกรน?โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล,

ไมเกรน: โรคปวดศีรษะไมเกรนคืออะไร โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล,

ช่วยด้วย ปวดหัวไมเกรน ตามมารับประทาน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดไมเกรน เรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยง โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน Ergotamine หรือ Cafergot ใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย


ฟลูนาริซีน Flunarizine สำหรับป้องกันการเกิดไมเกรนและวิงเวียน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

Practice parameter: Evidence-based guidelines for migraine headache (an evidence-based review) Report of the Quality Standards Subcommittee of the American Academy of Neurology
Stephen D. Silberstein, MD, FACP and for the US Headache Consortium, http://www.neurology.org/content/55/6/754.long

The 2012 AHS/AAN Guidelines for Prevention of Episodic Migraine: A Summary and Comparison With Other Recent Clinical Practice Guidelineshead_2185 930..945 Elizabeth Loder, MD, MPH; Rebecca Burch, MD; Paul Rizzoli, MD,

Guidelines for the diagnosis and management of migraine in clinical practice
William E.M. Pryse-Phillips, MD; David W. Dodick, MD;
John G. Edmeads, MD; Marek J. Gawel, MD; Robert F. Nelson, MD; R. Allan Purdy, MD; Gordon Robinson, MD; Denise Stirling, MD; Irene Worthington, BScPhm, http://www.cmaj.ca/content/156/9/1273.full.pdf


ผศ.นพ.รังสรรค์  เสวิกุล, โรคไมเกรน,
ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,

ผศ.นพ.รังสรรค์  เสวิกุล, โอ๊ย! ไมเกรน
,ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=499

ไมเกรน,  http://haamor.com/th/ไมเกรน/

นิสิตเภสัชศาสตร์ นันท์ปกรณ์ ดีประดิษฐ์,  ไมเกรน, http://sirinpharmacy.wordpress.com/2011/05/16/ไมเกรน-migraine/

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

ทำไมเราจึงต้องเป็นไมเกรนด้วยนะ โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


"ทำไมเราจึงต้องเป็นไมเกรนด้วยนะ? แย่จังเลย"

เป็นคำถามที่คนไข้ทุกรายที่พอปวดจี๊ด ตึงหัว เมื่อยามปวดไมเกรนจะถามตัวเอง ก่อนมาถามเภสัชกรที่ร้านยา  มาฟังคำตอบกันว่า ในมุมของนักค้นคว้าวิจัย สาเหตุที่ทำให้เราต้องมีอาการดังกล่าว ทำไมนะ เกิดจากอะไร เพื่อที่ว่า เราจะได้ไปหาวิธีป้องกันและรักษากันต่อไป ให้หายขาด ไม่กลับมาปวดได้อีก

กลไกการเกิดโรคไมเกรน
เชื่อไหมครับว่า โลกหมุนไปไปไกลจนข้ามจักรวาล แต่พื้นที่เล็กๆในหัวเรายามปวดไมเกรนขึ้นมา เรามีการศึกษาวิจัยมากมาย แต่มีเป็นเพียงทฤษฎีและสมมุติฐานของอาการปวดเท่านั้น ซึ่งได้แก่

กลไกการเกิดโรคไมเกรน รูปประกอบจาก http://www.headaches.org/press/NHF_Press_Kits/Press_Kits_-_The_Pathways_Of_Migraine_Illustration

ไมเกรนเกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดในศรีษะ
ในยามปกติ สมองเราจะมีเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงอยู่  พอเส้นเลือดในสมองมีการหดตัว และเมื่อหลอดเลือดที่หดตัวขยายตัวออกไป จะทำให้มีอาการปวดศีรษะตามมา จะพบได้ในกรณีคนไข้ปวดไมเกรนแบบออร่า  เรามักจะปวดร้าวไปจนรู้สึกว่า พบหลอดเลือดนอกกะโหลกศีรษะ มีการขยายตัวและเต้นตุ้บๆ จากความรุ้นี้เราก้อไปสรรหายาที่มีผลต่อการขยายและหดตัวของเส้นเลือดในสมอง ถ้ากินไปแล้วไปลดการหดตัวของเส้นเลือดในสมอง ก้อน่าจะบรรเทาอาการปวดไมเกรน ได้ซิน่า

แต่ทว่าก้อมีคนสงสัยอีกว่า ทฤษฎีนี้ไม่สามารถอธิบายอาการนำก่อนปวดศีรษะชนิดไม่มีออรา รวมทั้งอาการร่วมที่เกิดระหว่างไมเกรนว่าเกิดได้อย่างไร รวมทั้งการตรวจภาพหลอดเลือดสมอง ก่อนเกิดอาการและระหว่างเกิดอาการ ก็ไม่สนับสนุนทฤษฎีนี้ และยาหลายตัวที่ใชรักษาไมเกนได้ ก้อไม่เกี่ยวกับเส้นเลือดแต่อย่างใด ลองมาฟังแนวคิดที่สองที่ยอมรับกันมากกว่า

ไมเกรนเกิดจากเซลล์ประสาท หลอดเลือด และสารสื่อประสาทในสมองทำงานผิดปกติไป
ในสมองเราจะมีเซลล์ประสาทเรียงตัวกันเสมือนรางรถไฟยาวๆ ยึกยักไปมา ในเซลล์สมองแต่ละเซลหรือหนึ่งโบกี้ ก้อจะมีการปล่อยสารสื่อประสาท ที่เป็นสารเคมีชนิดหนึ่งในร่างกายเรานี่แหละ ที่มีหน้าที่ส่งต่อสัญญาณระหว่างเซลล์ประสาทไปเรื่อยๆ เพื่อควบคุมร่างกายเราแต่ละส่วนต่อไป 

หากมีสารสื่อประสาทบางตัวหลั่งออกมา ก้อจะไปกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเซลล์ประสาทในสมองเรานี่แหละ ถูกกระตุ้นไปเรื่อยๆ จนไปกระตุ้นกลุ่มเซลล์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า Trigerminal nucleus พอคลิ้กปุ้บ ก้อจะปล่อยสารเคมีที่เป็นสื่อประสาทหลายชนิดออกมา ก่อให้เกิดอาการปวดเข้าสู่หลอดเลือด นอกจากสารเคมีกลุ่มนี้ก่อให้เกิดอาการปวดแล้ว ยังมีผลทำให้ หลอดเลือดขยายตัวอีกด้วย (Neurovascular theory)

จากจุดนี้เอง ยังได้มีการค้นพบว่าสารสื่อประสาทบางตัว เช่น Dopamine และ Serotonin ที่มีบทบาทในการทำให้เกิดอาการต่างๆในไมเกรน ดังนั้นถ้าเราไปค้นยาที่หยุดการทำงานของสารสื่อประสาทต่างๆได้ ก้อน่าจะนำมา ช่วยรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนได้นี่นา ทำให้ยาใหม่ๆที่ใช้ในการรักษาและค้นไปถึงว่าจะป้องกันได้มั้ย จึงมาในทิศทางที่สนับสนุนแนวคิดสารสื่อประสาทนี้

ตอนหน้า เรามาดูว่ายาอะไรที่ใช้รักษาโรคไมเกรนได้บ้าง?




แหล่งข้อมูล

•เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ 11 มีค. 2556

ห้ามนำบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ โดยผู้เขียนไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น ผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ

การนำเอาบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยผู้เขียนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาและ Copy url address ไปด้วยเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านบทความจากเว็บไซต์ของผู้เขียนได้โดยตรง

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากบุคลากรสหวิชาชีพทางสาธารณสุข รวมทั้งเภสัชกรใจดี ที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องนะครับ

·         รูปประกอบจากอินเตอร์เนท

ไมเกรน: สาเหตุของปวดศีรษะไมเกรน?โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล,

ไมเกรน: โรคปวดศีรษะไมเกรนคืออะไร โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล,

ช่วยด้วย ปวดหัวไมเกรน ตามมารับประทาน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดไมเกรน เรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยง โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน Ergotamine หรือ Cafergot ใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย


ฟลูนาริซีน Flunarizine สำหรับป้องกันการเกิดไมเกรนและวิงเวียน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

Practice parameter: Evidence-based guidelines for migraine headache (an evidence-based review) Report of the Quality Standards Subcommittee of the American Academy of Neurology
Stephen D. Silberstein, MD, FACP and for the US Headache Consortium, http://www.neurology.org/content/55/6/754.long

The 2012 AHS/AAN Guidelines for Prevention of Episodic Migraine: A Summary and Comparison With Other Recent Clinical Practice Guidelineshead_2185 930..945 Elizabeth Loder, MD, MPH; Rebecca Burch, MD; Paul Rizzoli, MD,

Guidelines for the diagnosis and management of migraine in clinical practice
William E.M. Pryse-Phillips, MD; David W. Dodick, MD;
John G. Edmeads, MD; Marek J. Gawel, MD; Robert F. Nelson, MD; R. Allan Purdy, MD; Gordon Robinson, MD; Denise Stirling, MD; Irene Worthington, BScPhm, http://www.cmaj.ca/content/156/9/1273.full.pdf


ผศ.นพ.รังสรรค์  เสวิกุล, โรคไมเกรน,
ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล,

ผศ.นพ.รังสรรค์  เสวิกุล, โอ๊ย! ไมเกรน
,ภาควิชาอายุรศาสตร์ Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=499

ไมเกรน,  http://haamor.com/th/ไมเกรน/

นิสิตเภสัชศาสตร์ นันท์ปกรณ์ ดีประดิษฐ์,  ไมเกรน, http://sirinpharmacy.wordpress.com/2011/05/16/ไมเกรน-migraine/

Shaygannejad V, Janghorbani M, Ghorbani A, et al. Comparison of the effect of topiramate and sodium valporate in migraine prevention: A randomized blinded crossover study. Headache 2006; 46: 642-648.

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน Ergotamine หรือ Cafergot ใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย


ไมเกรน migraine เป็นโรคปวดศรีษะที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือ ปัจจัยกระตุ้น (trigger factor) จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลทำให้หลอดเลือดแดง (vasodilation) ทั้งด้านในและด้านนอกกระโหลกเกิดการขยายตัวได้มากและง่ายกว่าคนปกติ และทำให้เกิดอาการปวดศีรษะในที่สุด การค้นหาปัจจัยกระตุ้นให้พบและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้นเป็นการป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนที่ดีและปลอดภัย แต่อย่างไรก็ดีการใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนก็อาจมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ป่วยที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้ หรือเมื่ออาการกำเริบผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะที่รุนแรง เป็นต้น ยาที่ใช้ในโรคปวดศีรษะไมเกรนอาจแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ ยาที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนฉับพลัน (abortive drugs)และยาที่ใช้ป้องกันการเกิดไมเกรน (preventive drugs) ซึ่งยาที่พบว่ามีการใช้บ่อยและมีข้อควรระวังในการใช้ยาค่อนข้างมาก คือ ยา ergotamine ซึ่งเป็นยาประเภทที่ใช้รักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนฉับพลัน

รูปประกอบ: กลไกการเกิดไมเกรน จาก http://www.drugs.com/health-guide/migraine.html

Ergotamine คืออะไร
                Ergotamine เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ออกฤทธิ์ในการรักษาอาการปวดศีรษะโดยการกระตุ้นตัวรับของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (serotonin) ชนิด 1B และ 1D (5-HT1B และ 5-HT1D) ซึ่งส่งผลให้หลอดเลือดที่ขยายตัวผิดปกติเกิดการหดตัวลงและทำให้อาการปวดศีรษะหายไปในที่สุด นอกจากนี้ ergotamine ยังสามารถกระตุ้นตัวรับอื่นๆ ได้ ได้แก่  α-1 และ dopamine-2 (D2) ซึ่งการกระตุ้นตัวรับเหล่านี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงจากยา ergotamine (รายละเอียดจะกล่าวต่อไปในหัวข้อ ข้อควรระวังในการรับประทานยา ergotamine )

            ในประเทศไทยยา ergotamine มีชื่อทางการค้า เช่น Cafergot®, Avamigran®Tofago® หรือ Poligot-CF® ซึ่งประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ คือ  ergotamine tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัม ผสมอยู่กับ caffeine 100 มิลลิกร้ม  ส่วน Ergosia®จะประกอบไปด้วยตัวยาสำคัญ คือ ergotamine tartrate ขนาด 1 มิลลิกรัม เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

การใช้ยา ergotamine ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
            การใช้ยา ergotamine สำหรับรักษาโรคปวดศีรษะไมเกรนจะต้องใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการปวดเท่านั้น ห้ามใช้ติดต่อกันทุกวันเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรนเด็ดขาด  ขนาดการรับประทานยาที่เหมาะสม คือ รับประทานเมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรนในครั้งแรก 1 หรือ 2 เม็ด จากนั้นทุกๆ ครึ่งชั่วโมงหากอาการไม่ดีขึ้นสามารถรับประทานซ้ำอีกครั้งละ 1 เม็ด แต่ห้ามรับประทานเกิน 6 เม็ดต่อวัน และห้ามรับประทานยาเกิน 10 เม็ด ต่อสัปดาห์ เนื่องจากหากรับประทาน ergotamine ในปริมาณที่มากกว่านี้อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น รวมทั้งมีอาการเจ็บหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียนมากกว่าเดิมได้

การใช้ยา ergotamine อย่างผิดวิธีส่งผลเสียอย่างไร
            Ergotamine เป็นยาที่ใช้เฉพาะเวลาที่มีอาการปวดศีรษะกำเริบเท่านั้น แต่ผู้ป่วยบางรายกลับรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันทุกวันเพื่อป้องกันไม่ให้มีอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งถือว่าเป็นการใช้ยาอย่างผิดวิธีที่อาจส่งผลเสียรุนแรงต่อชีวิตของผู้ป่วยได้ การรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันไปเรื่อยๆ จะส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดในสมองแตก หรือ หัวใจวายได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองอยู่แล้ว  นอกจากนี้ในระหว่างที่ผู้ป่วยรับประทานยา ergotamine ติดต่อกันทุกวันนั้น หลอดเลือดแดงที่ผิดปกติจะถูกยา ergotamine ทำให้หดตัวอยู่ตลอดเวลาซึ่งผู้ป่วยจะไม่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเลย แต่เมื่อใดที่หยุดรับประทานยาหลอดเลือดดังกล่าวจะขยายตัวอย่างมากและทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนอย่างรุนแรง (rebound headache )


ข้อควรระวังในการรับประทานยา ergotamine
                ผู้ป่วยที่รับประทานยา ergotamine อาจมีอาการดังต่อไปนี้
                        - คลื่นไส้ อาเจียน:เป็นผลจากการกระตุ้นตัวรับ ชนิด D2 (D2-receptor) ซึ่งถ้าอาการรุนแรงสามารถแก้ไขได้โดยการรับประทานยาต้านอาเจียนกลุ่ม D2-receptor antagonist  คือ domperidone
                        - ความดันโลหิตสูงขึ้น: เป็นผลจากการกระตุ้นตัวรับชนิด α1 (α1-receptor) ทำให้หลอดเลือดส่วนปลายหดตัว
                        - ปลายมือ-เท้าเย็น หรือ ชา(numbness):เป็นผลจากการกระตุ้น α1-receptorเช่นกัน หากมีอาการรุนแรงร่วมกับมีอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณแขน มือ ขา หรือเท้า ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีป
                        - ใจสั่น เจ็บหน้าอก: เป็นผลมาจากการกระตุ้นตัวรับ 5-HT1B ที่บริเวณหลอดเลือด coronary ที่หัวใจ หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์
                        - ปฏิกิริยากับยาอื่นๆหรือ ยาตีกัน (drug interaction): ยา ergotamine ถูกทำลายโดยใช้เอนไซม์ที่มีชื่อว่า Cytochrome P450 ชนิด 3A4 (CYP 3A4) ดังนั้นอาจต้องระมัดระวังในการรับประทานร่วมกับยาที่มีผลยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว เช่น azithromycin, clarithromycin, ketoconazole, ritonavir หรือ verapamil เป็นต้น  เนื่องจากการรับประทานยาร่วมกันจะส่งผลทำให้ระดับยา ergotamine ในกระแสเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยอาจได้รับผลข้างเคียง หรือความเป็นพิษจากยาเพิ่มขึ้นได้ และเพื่อป้องกันการเกิด drug interaction ดังกล่าว ผู้ป่วยควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ายาที่ตนเองรับประทานอยู่มีอะไรบ้าง

ข้อห้ามใช้ของยา ergotamine
            ผู้ป่วยที่ห้ามใช้ยา ergotamine ได้แก่
                        - ผู้ที่มีประวัติแพ้ยา ergotamine หรือสารที่เป็นอนุพันธ์ของ ergot alkaloid
                        - ผู้ป่วยที่มีประวัติหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (peripheral arterial disease)
                        - ผู้ป่วยที่มีความบกพร่องในการทำงานของตับ และไต
                        - ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease) และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (angina)
                        - ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่ยังควบคุมไม่ได้
                        - ผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด (sepsis)
                        - ผู้หญิงตั้งครรภ์ (ทุกไตรมาส)

Ergotamineเป็นยารักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนที่มีประสิทธิภาพดี แต่มีข้อควระวังและข้อห้ามใช้ค่อนข้างมาก ดังนั้น การรับประทานยาอย่างถูกต้อง และ การเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นหนทางที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากยา ergotamine ได้ดีที่สุด

แหล่งข้อมูล
  • คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล, ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน Ergotamine ใช้อย่างไรจึงจะปลอดภัย ,http://www.pharmacy.mahidol.ac.th/thai/knowledgeinfo.php?id=15
  • Ergotamine. In: DRUGDEX® Evaluations. [Online]. 2010 Jan 27. Available from: MICROMEDEX® Healthcare Series; 2010. [cited 2010 Apr 12]
    รูปประกอบจาก

  • http://www.dallas-area.com/294/ascendant-migraine-dallas-tx/