แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ alprazolam แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ alprazolam แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อย. ห้ามยาเสียสาว Alprazolam ขายในร้านขายยาไม่ได้ ดีเดย์ 17 มิ.ย.


อย. ยกระดับการควบคุมอัลปราโซแลม หรือยาเสียสาว เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 คือ ห้ามผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก ยกเว้น สธ. หรือผู้ได้รับมอบหมาย เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำ ทั้งปรับ
          เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า เดิมที อัลปราโซแลม (Alprazolam) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2518 เป็นวัตถุออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์ทางการแพทย์ และมีข้อบ่งใช้ที่ได้รับการยอมรับ ตามที่ขึ้นทะเบียนไว้คือ บรรเทาหรือรักษาอาการวิตกกังวลและอาการตื่นตระหนก


          ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีชื่อทางการค้าซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี เช่น ซาแน็กซ์ โซแลม มาโน เป็นต้น แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน พบข้อมูลการนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น มีการนำยานี้ไปเสพร่วมกับยาน้ำแก้ไอ น้ำใบกระท่อมต้ม ดังที่รู้จักกันในหมู่นักเสพว่า สี่คูณร้อย นอกจากนี้ ยังมีการนำไปใช้ก่ออาชญากรรม เช่น การมอมยารูดทรัพย์หรือล่วงละเมิดทางเพศนักท่องเที่ยว ซึ่งในบางรายถึงขั้นเสียชีวิต ขณะเดียวกันก็มีคดีกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาตัวดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น อย. จึงมีการแก้ไขกฎหมาย โดยออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 2 ฉบับ ดังนี้

          1. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2555 มีสาระสำคัญคือ การยกระดับการควบคุมอัลปราโซแลม (Alprazolam) เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ซึ่งห้ามผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก ยกเว้นกระทรวงสาธารณสุข หรือผู้ได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุข หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุก 5-20 ปี และปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท สำหรับการมีไว้ในครอบครองจะต้องขอรับ “ใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองหรือใช้ประโยชน์ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์” ด้วย

          2. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดชื่อและปริมาณวัตถุออกฤทธิ์ที่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาทันตกรรม (ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม) หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่ง (ผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง) มีไว้ในครอบครองได้โดยไม่ต้องขออนุญาต พ.ศ. 2555 มีสาระสำคัญคือ เป็นประกาศที่ตัดรายการอัลปราโซแลม (Alprazolam) ออก ทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพทุกรายต้องขอรับใบอนุญาตก่อน  จึงจะมีอัลปราโซแลม (Alprazolam) ไว้ในครอบครองได้ โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับนี้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 129 ตอนพิเศษ 191 ง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป

          ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 เป็นต้นไป เนื่องจากร้านขายยาไม่สามารถมีและขายอัลปราโซแลมให้กับผู้บริโภคได้ จึงขอให้ส่งยาที่คงเหลืออยู่คืนให้แก่บริษัทผู้ผลิตหรือผู้ขายทั้งหมด หากพ้นกำหนดจะมีโทษตามกฎหมาย สำหรับโรงพยาบาลรัฐในสังกัดกระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งสภากาชาดไทย องค์การเภสัชกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาล บ้านแพ้ว (องค์กรมหาชน) กรุงเทพมหานครเฉพาะสำนักการแพทย์และสำนักอนามัย ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องขอใบอนุญาตครอบครองฯ
 
          ส่วนโรงพยาบาลของรัฐสังกัดหน่วยราชการอื่น เช่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาลเอกชน คลินิก ที่ไม่มีใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองฯ หากไม่ประสงค์จะครอบครองยา ให้ส่งคืนยาแก่ผู้ผลิตหรือผู้ขายก่อนวันที่ 17 มิถุนายน 2556 แต่หากประสงค์จะมีไว้ในครอบครองต้องขออนุญาต

          ทั้งนี้ โรงพยาบาลของรัฐสังกัดหน่วยราชการอื่นในทุกพื้นที่ และโรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอที่กองควบคุมวัตถุเสพติด อย. สำหรับโรงพยาบาลเอกชน/คลินิก ที่อยู่ในเขตปริมณฑล และส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โดยผู้มีไว้ในครอบครองฯ ทุกราย ไม่ว่าจะเป็นผู้ได้รับใบอนุญาต หรือผู้ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาต จะต้องจัดทำบัญชีรับ-จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ และรายงานทั้งรายเดือนและรายปี ส่ง อย. ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

          ในส่วนประชาชนผู้บริโภค สามารถมียาดังกล่าวไว้ในครอบครองได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใด ๆ เพียงแต่ต้องเป็นไปตามที่ผู้ประกอบวิชาชีพสั่งจ่ายให้เฉพาะตนเองเพื่อการบำบัดรักษาเท่านั้น

แหล่งข้อมูล

ยกระดับ 'ยาเสียสาว' 17 มิ.ย.ห้ามขายในร้านยา - ข่าวไทยรัฐออนไลน์, 6 กุมภาพันธ์ 2556http://www.thairath.co.th/content/edu/324930


รูปประกอบจาก สมาคมร้านขายยา
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=653297938017650&set=a.216411388372976.67968.144962208851228&type=1&theater

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

ทำไมต้องคุมเข้ม Alprazolam 'ยาเสียสาว' ?


จากข่าวสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ยกระดับยาอัลปราโซแลม หรือยาเสียสาว ให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 จากเดิมอยู่ในประเภทที่ 4 อนุญาตให้มีการจำหน่ายในสถานพยาบาล และต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น และเรียกเก็บคืนจากคลีนิคและร้านขายยานั้น เหตุผลทำไมต้องควบคุมยาตัวนี้ มาฟังสาเหตุกัน

เหตุใดจึงต้องมีการคุมเข้มยาดังกล่าวมากกว่าเดิม?

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บอกว่า ที่ผ่านมามีการเฝ้าระวังมานานแล้วพบว่ามีการนำยาอัลปราโซแลมไปใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์ ปรากฏเป็นข่าวอยู่เรื่อย ๆ เนื่องจากอัลปราโซแลมไม่มีสี ไม่มีกลิ่น จึงมีผู้ไม่หวังดีนำไปบดผสมกับเครื่องดื่มมอมเหยื่ออยู่บ่อย ๆ ที่หลายคนเรียกกันว่า ยาเสียสาว ก็ยาตัวนี้ที่มีการนำไปใส่เครื่องดื่มมอมเมากัน ดังนั้นการยกระดับให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 น่าจะช่วยให้การเข้าถึงอัลปราโซแลมยากขึ้น เพราะมีการกลั่นกรองโดยแพทย์ มีการนำไปใช้ให้ถูกวัตถุประสงค์มากขึ้น

เดิมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ร้านขายยาที่มีใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 และ 4 สามารถจำหน่ายได้ แต่พอยกระดับขึ้นมาต่อไปร้านขายยาไม่สามารถจำหน่ายได้ จะมีเฉพาะในคลินิก หรือสถานพยาบาลที่มีแพทย์สั่ง การนำไปใช้ในทางที่ผิดก็น้อยลง


alprazolam ยังจำเป็นต่อการรักษาคนไข้ในกลุ่มใด?
ส่วนใหญ่แพทย์จะสั่งยาเหล่านี้ให้คนไข้ ตัวคนไข้ก็ต้องผ่านวิธีการรักษาอื่น ๆ มาพอสมควร เพราะการรักษาด้วยยามีขึ้นอยู่แล้ว การสั่งจ่ายยากลุ่มนี้แสดงว่า คนไข้เคยใช้ยาตัวอื่นมาแล้ว บางคนมีปัญหาเยอะมันจำเป็นจริง ๆ เพราะถ้าไม่ได้รับยาคนไข้จะทรมานมากนอนไม่หลับ และมีปัญหาอื่นตามมาอีกเยอะแยะ ดังนั้นความจำเป็นในการใช้ยาตัวนี้ก็ยังคงมีอยู่

อัลปราโซแลมมี 3 ขนาด คือ 0.25 มก. 0.50 มก. และ 1มก. ต่อเม็ด โดยเฉลี่ยปีหนึ่งมีการใช้ประมาณ 70-80 ล้านเม็ด ไม่ถึง 100 ล้านเม็ด การใช้โดยแพทย์สั่งคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าแพทย์ต้องประเมินคนไข้ก่อน แต่ที่เรากังวลคือการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ดังนั้นการยกระดับเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 คงลดปัญหาลงได้พอสมควรแต่คงยังไม่หมดไป เพราะยังมีการหลุดรอดออกไปได้อยู่

ด้าน ภก. ประพนธ์ อางตระกูล ผอ.กองควบคุมวัตถุเสพติด กล่าวว่า ยาอัลปราโซแลมใช้สำหรับรักษาอาการวิตกกังวล ช่วยให้นอนหลับ แต่มีคนไม่หวังดีเอาไปใช้ในการมอมเมาผิดวัตถุประสงค์ ประกาศกระทรวงสาธารณสุขยกระดับอัลปราโซแลมเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว มีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ดังนั้นต่อไปร้านขายยาจะไม่สามารถจำหน่ายได้ ที่ผ่านมายาตัวนี้ส่วนใหญ่อยู่ที่คลินิกและโรงพยาบาล ในร้านขายยามีไม่ถึง 10%


ถ้าต้องใช้ยานี้ ต้องทำอย่างไร?

โรงพยาบาลรัฐจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตครอบครอง ส่วนโรงพยาบาลเอกชน คลินิก ต้องขอใบอนุญาตครอบครอง ในส่วนภูมิภาคยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ส่วนกรุงเทพฯ ยื่นขออนุญาตที่ อย. ทั้งนี้ให้ทุกโรงพยาบาลทั้งรัฐ เอกชน คลินิก จัดทำบัญชีรับ-จ่าย ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ปัจจุบันยานอนหลับซื้อในร้านขายยาได้หรือไม่? 

ยานอนหลับส่วนใหญ่เป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 และ 4 ซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ห้ามร้านขายยาจำหน่าย ส่วนประเภท 3 และ 4 ร้านขายยาที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 ขายได้ โดยต้องมีใบสั่งแพทย์ และมีเภสัชกรเป็นผู้ส่งมอบ อย่างไรก็ตามวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 หรือประเภท 4 ปกติก็ไม่ค่อยมีอยู่ในร้านขายยาอยู่แล้ว กรณีอัลปราโซแลมเดิมร้านขายยามีไว้ก็ไม่ได้เอาไว้ขายให้กับประชาชนทั่วไป แต่เอาไว้ขายให้กับคลินิก เพราะต่างจังหวัดเข้ามาซื้อยาหรือสั่งยาในกรุงเทพฯ หรือร้านขายส่งค่อนข้างลำบา

แหล่งข้อมูล
คุมเข้ม 'ยาเสียสาว' - คุณหมอขอบอก
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม 2556 
http://www.dailynews.co.th/article/1490/179061

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

อย.เรียกคืนยาเสียสาว ภายใน 6 เดือนหากพ้นกำหนดพบใครครอบครองดำเนินคดีทันที

     
       ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผู้อำนวยการกองควบคุมวัตถุเสพติด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงกรณี อย.ประกาศยกระดับยาอัลปราโซแลม หรือที่รู้จักกันว่า “ยาเสียสาว” ให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิดและประสาท ประเภท 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 จากเดิมที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ฯประเภท 4 โดยให้มีผลในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ 
เนื่องจากมีการนำยานี้ไปใช้ในทางที่ผิด ว่า 

ยาอัลปราโซแลมมีด้วยกัน 3 ขนาด คือชนิด 0.25 มิลลิกรัม 0.5 มิลลิกรัม และ 1.0 มิลลิกรัม โดยตั้งแต่ปี 2552-2555 มียอดใช้ยานี้ตามร้านขายยาที่มีใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 ตามพ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เฉลี่ยปีละ 2-3 ล้านเม็ด ในยาอัลปราโซแลมทุกขนาด ซึ่งไม่ถือว่ามีการใช้ยานี้สูงผิดปกติ แต่การที่ อย.ต้องดำเนินการยกระดับให้ยานี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เนื่องจากเห็นว่ามีการนำยานี้ไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมให้มีจำหน่ายเฉพาะในสถานพยาบาลที่มีใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 เท่านั้น
       
       ภก.ประพนธ์ กล่าวอีกว่า การยกระดับยาดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 นั้น ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2555 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มิ.ย.ดังนั้น ในช่วงนี้ยาอัลปราโซแลมจะยังถือว่าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 อยู่ โดยจะมีเวลาให้ร้านขายยาทยอยคืนยานี้ไปยังบริษัทผู้ผลิต และบริษัทผู้นำเข้าจนถึงวันที่ 17 มิ.ย.ซึ่งหากภายหลังวันที่ 17 มิ.ย.ยังพบว่าร้านขายยาใดครอบครองยาดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นมาตรการเดียวกันกับที่ใช้ควบคุมการใช้ยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน
       
       ทั้งนี้ คาดว่า จะยังคงมียาอัลปราโซแลมค้างสต๊อกอยู่ตามร้านยาต่างๆ ประมาณ 5-6 แสนเม็ดเท่านั้น เพราะโดยปกติแล้วร้านขายยามักจะไม่ให้ยาค้างสต๊อกนานกว่า 5-6 เดือน
       
       ภก.ประพนธ์ กล่าวด้วยว่า เชื่อว่า การส่งคืนยาอัลปราโซแลมไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจาก อย.ให้เวลาร้านขายยาและคลินิกเอกชนล่วงหน้านานถึง 180 วัน ซึ่งทำให้มีเวลาเช็กยาที่ยังคงเหลือนานพอสมควร โดยในขณะนี้สัดส่วนการครอบครองยาอัลปราโซแลมที่คลินิกเอกชน พบว่า ขนาดยา 0.25 มิลลิกรัม มีการครอบครองประมาณ 50% ขนาด 0.5 มิลลิกรัม มีการครอบครองประมาณ 30% และขนาด 1.0 มิลลิกรัม มีการครอบครองประมาณ 60% แต่ภาพรวมการใช้ยาทั้งประเทศ พบว่า ยาทั้ง 3 ขนาด มีปริมาณการใช้ใกล้เคียงกันคือประมาณกว่า 30% ทั้งนี้ หลังจากวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ร้านขายยาทั้งหมดจะไม่สามารถขายได้ ส่วนคลินิกและสถานพยาบาลเอกชนจะขายได้ก็ต่อเมื่อขออนุญาตจาก อย.เท่านั้น
       
       “สำหรับโทษหากพบว่ามีการถือครองยาหลังวันที่ 17 มิ.ย.นี้ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ในฐานครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทโดยไม่ได้ขออนุญาต มีโทษจำคุก 5-20 ปี หรือปรับ 100,000-400,000 บาท” ภก.ประพนธ์ กล่าว

       
       นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการ อย.กล่าวว่า อย.จะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการที่ไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท คือ ร้านขายยาและคลินิกเอกชนที่ไม่ขออนุญาต หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้วันที่ 17 มิ.ย.นี้ ซึ่งหากพบว่าผู้ใดจงใจเก็บยาอัลปราโซแลมไว้ในครอบครองโดยไม่ส่งคืน จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป
แหล่งข้อมูล
อย.สั่งร้านขายยา คลินิก คืนยาเสียสาว
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์18 มกราคม 2556
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9560000007246

Alprazolam ยาเสียสาว จริงแล้ว พระเอก..หรือผู้ร้าย?



จากกรณีที่มีข่าวสารสาวประเภทสองใช้ยานอนหลับใส่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับประทานจนเสียชีวิตเพื่อหวังปลดทรัพย์สินนั้น ภายหลังจากที่ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้เข้าไปดำเนินการตรวจสอบยาชนิดดังกล่าว พบว่าเป็นยาที่มีชื่อสามัญว่า “อัลปราโซแลม” ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยผู้เกี่ยวข้องคือ สำนักงานอาหารและยา ได้จัดแถลงข่าวเกี่ยวกับรายละเอียดของยาดังกล่าวไปเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 ที่ผ่านมา

“อัลปราโซแลม (Alprazolam)” เป็นยาที่จัดอยู่ในกลุ่มเบนโซไดอาซีปีน (Benzodiazopine) เป็นยาที่ออกฤทธิ์เร็วแต่ออกฤทธิ์ไม่นาน ยาตัวนี้ในทางการแพทย์ใช้สำหรับรักษาอาการวิตกกังวลทำให้สงบ ระงับ และช่วยให้นอนหลับ จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 4 โดยผู้ที่มีสิทธิสั่งจ่ายยาดังกล่าวต้องต้องเป็นแพทย์ ทันตแพทย์และสัตวแพทย์เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการคุมเข้มการจัดจำหน่ายยาดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ โดยเชิญผู้ประกอบการผลิต นำเข้าและส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 3 และ 4 มาประชุมและร่วมลงนามให้สัตยาบันในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สำหรับการผลิตในแต่ละครั้งผู้ผลิตต้องแจ้งให้ กระทรวงสาธารณสุข ทราบ เพื่อการควบคุมและตรวจสอบ พร้อมทั้งผู้ที่ได้รับอนุญาตทุกรายต้องจัดให้มีการทำบัญชีรับ-จ่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และเสนอรายงานให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาทราบเป็นรายเดือนและรายปี ทั้งนี้บัญชีดังกล่าวต้องเก็บรักษาไว้และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตลอดเวลาขณะเปิดดำเนินการ ซึ่ง กระทรวงสาธารณสุข ได้มีการตรวจสอบเป็นประจำกับทางผู้ผลิตนำเข้าและจำหน่าย

นอกจากนี้ทุกๆ ปี กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตรวจสอบการใช้วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 3 และ 4 ตามร้านขายยา คลินิกและโรงพยาบาลที่มีการใช้พร้อมกับประสานกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดให้ติดตามตรวจสอบเช่นเดียวกับส่วนกลาง อีกทั้งได้กำชับให้ผู้รับอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 3 หรือ 4 ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ในการขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด

จากการตรวจสอบการกระทำผิดในระหว่างปี พ.ศ. 2547-2549 พบว่าร้านยาและบริษัทมีการกระทำผิดลดลงโดยในปี พ.ศ. 2547 ร้านขายยากระทำความผิดโดยไม่ได้รับอนุญาตจำนวน 3 ราย บริษัทกระทำความผิดโดยรายงานไม่ถูกต้อง 1 ราย คลินิกและสถานพยาบาลกระทำความผิดโดยรายงานไม่ถูกต้อง 2 ราย แต่ในปี พ.ศ. 2548-2549 ร้านยาและบริษัทไม่พบการกระทำผิด ส่วนคลินิกและสถานพยาบาลพบว่ามีความผิดมากขึ้นคือ ปี พ.ศ. 2548 จำนวน 9 ราย และปี พ.ศ. 2549 จำนวน 11 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด ซึ่งบทลงโทษผู้ผลิต ขาย นำเข้า หรือส่งออกวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 3 หรือ 4 โดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท เภสัชกรที่ขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 3 หรือ 4 โดยไม่มีใบสั่งแพทย์หรือละทิ้งหน้าที่ในการควบคุมการขาย มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท ส่วนผู้ที่จูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม ใช้อุบายหลอกลวงหรือขู่เข็ญให้ผู้อื่นเสพ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี และปรับตั้งแต่ 40,000-200,000 บาท

ยาอัลปราโซแลม เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการติดยาทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งหากหยุดยาทันทีจะเกิดอาการขาดยาหรือถอนยา เช่น คลื่นไส้ นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็ว ซึมเศร้า เป็นโรคจิต หรืออาจถึงกับชักได้ หากต้องรับประทานกับยาตัวอื่น เช่น ยากดหรือกระตุ้นประสาท หรือยาคุมกำเนิด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน เนื่องจากมียาหลายชนิดที่มีปฏิกิริยาต่อระดับ Alprazolam ในกระแสเลือดจนทำให้เกิดอันตรายอย่างรุนแรงได้ และหากรับประทานยาดังกล่าวพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะทำให้กดประสาทมากขึ้นและอาจกดการหายใจส่งผลให้เสียชีวิตได้

ยาอัลปราโซแลมที่ใช้ในการแพทย์มีอยู่ด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาด 0.25 มิลลิกรัม ขนาด 0.5 มิลิกรัม และขนาด 1.0 มิลลิกรัม โดยขนาดในการใช้ขึ้นอยู่กับอาการผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกขนาดยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายๆไป เช่นในผู้ป่วยที่มีอาการนอนไม่หลับเนื่องจากเครียด แพทย์อาจจะให้ยาอัลปราโซแลม ขนาด 0.25 มิลลิกรัม หรือในผู้ป่วยที่เลิกยาเสพติดแพทย์อาจจะต้องให้ยาอัลปราโซแลม ขนาด 0.5 มิลลิกรัม หรือ 1.0 มิลลิกรัม เป็นต้น ยาตัวนี้เป็นยาออกฤทธิ์เร็ว รับประทานไปประมาณ 20 นาทีก็จะออกฤทธิ์ แต่ฤทธิ์จะคงอยู่ไม่เกิน 1 วัน และหากดื่มน้ำมากๆยาก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะ จนกระทั่งหมดไปในที่สุด

สำหรับขนาดของยากลุ่มนี้ที่จะทำให้เสียชีวิตได้ในทางวิทยาศาสตร์มีขอบข่ายความปลอดภัย หรือ Margin of safety กว้างมาก ซึ่งจากการทดลองหาขนาดของยาที่ทำให้เสียชีวิตด้วยตัวยากลุ่มนี้ในสัตว์ พบว่าต้องใช้ยาถึง 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไปต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นขนาดที่สูงมาก

อัลปราโซแลม เป็นยาที่เปรียบเสมือนกับเหรียญ 2 ด้าน หากยานี้ตกอยู่ในมือของแพทย์ผู้มีหน้าที่ช่วยชีวิต ยานี้ก็จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อชีวิตมนุษย์ แต่หากยานี้ตกไปในอยู่ในมือของผู้ที่ต้องการหาประโยชน์จากผู้อื่นในทางที่ไม่ชอบไม่ควร ยาตัวนี้อาจจะกลายเป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ได้เช่นกัน

ในโลกของวิทยาศาสตร์ สถานภาพของยา อัลปราโซแลม ก็คือยาตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทอย่างไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แต่ในโลกของความเป็นจริงสถานภาพของยาตัวนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือของมนุษย์ว่าจะเลือกใช้มันในบทบาทของ พระเอก หรือจะใช้มันในบทบาทของ “ผู้ร้าย”
*******************************************
ที่มาของข้อมูล: โดย สรรพสารวงการยา ปีที่ 6 ฉบับที่ 95 มิถุนายน พ.ศ. 254944-45

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

อย.เข้มคุมร้านยา ห้ามขาย "ยาเสียสาว" แก้ปัญหาถูดจุดหรือไม่?

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศยกระดับยาอัลปราโซแลม หรือที่รู้จักกันว่า “ยาเสียสาว” เนื่องจากมีการนำยานี้ไปใช้มอมผู้หญิงแล้วนำไปข่มขืนนั้น โดยจะมีการยกระดับให้ยานี้จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 จากเดิมที่ยานี้จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 โดยให้มีผล ในวันที่ 17 มิถุนายน 2556 


ข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวใหม่ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่น่าสงสัยว่า อย. แก้ปัญหาทุกจุดไหม?  ปัจจุบันร้านยาที่มีใบอนุญาตและขายยานี้ตามใบสั่งแพทย์ก้อมีน้อยมากอยุ่แล้ว ปัญหายาที่ผู้ร้ายนำมาก่อเหตุนั้น ทาง อย. แน่ใจหรือว่าหลุดมาจากร้านยาทั้งหมด ลองใช้คำว่า "ขายยานอนหลับ" หาใน google ดู websites เหล่านี้ จะพบว่าขายเต็มไปหมด ระบุเบอร์โทรให้ติดต่อซื้อ เลขที่บัญชีให้โอนเงิน เต็มอินเตอร์เนทไปหมด 

ต่อให้ร้านยาที่ขายมีการละเมิดเอง ก้อสามารถตรวจสอบระบบบัญชียาทั้งจากบริษัทและร้านยาเองได้ แต่ช่องทางที่ขายยาผิดกฎหมายเหล่านี้ ไม่มีทางตรวจสอบได้เลย  นอกจากไปค้นว่าว่า ยา lot นั้นๆ หลุดมาจากโรวฃงพยาบาล คลีนิค หรือร้านยาไหน การมาเหวี่ยงแหห้ามขายเช่นนี้ ทำให้สงสัยว่า อย. แก้ปัญหาถูกทางหรือไม่? 


เมื่อวันที่ 18 มกราคม ภก.ประพนธ์ อางตระกูล ผู้อำนวยการควบคุมวัตถุเสพติด อย. กล่าวว่า สำหรับตัวยาอัลปราโซแลมนั้นมีด้วยกัน 3 ขนาด คือชนิด 0.25 มิลลิกรัม 0.5 มิลลิกรัม และ 1.0 มิลลิกรัม โดยตั้งแต่ปี 2552-2555 มียอดใช้ยานี้ตามร้านขายยาที่มีใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เฉลี่ยปีละ 2-3 ล้านเม็ด ในยาอัลปราโซแลมทุกขนาด ซึ่งไม่ถือว่ามีการใช้ยานี้สูงผิดปกติ แต่การที่ อย.ต้องดำเนินการยกระดับให้ยานี้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เนื่องจากเห็นว่ามีการนำยานี้ไปใช้ในทางที่ผิดมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคุมให้มีจำหน่ายเฉพาะในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนมีใบอนุญาตให้ครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 เท่านั้น
                
ภก.ประพนธ์กล่าวต่อว่า การยกระดับยาดังกล่าวเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 2 นั้น ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ดังนั้น ในช่วงนี้ยาอัลปราโซแลมจะยังถือว่าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ประเภทที่ 4 อยู่ โดยจะมีเวลาให้ร้านขายยาทยอยคืนยานี้ไปยังบริษัทผู้ผลิต และบริษัทผู้นำเข้า จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน หากหลังจากนี้ ยังพบว่าร้านขายยาใดครอบครองยาดังกล่าวจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นมาตรการเดียวกันกับที่ใช้ควบคุมการใช้ยาแก้หวัดที่มีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน คาดว่าจะยังคงมียาอัลปราโซแลมค้างสต๊อกอยู่ตามร้านขายยาต่างๆประมาณ 5-6 แสนเม็ดเท่านั้น เพราะโดยปกติแล้วร้านขายยามักจะไม่ให้ยาค้างสต๊อกนานกว่า 5-6 เดือน


แหล่งข้อมูล

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เปลี่ยนแปลงประเภทวัตถุออกฤทธิ์ (ฉบับที่ ๒.๒๕๕๕
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2555/E/191/35.PDF

นสพ. ข่าวสด 
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRNMU9EUTVPVFl3TUE9PQ==&subcatid=