แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องเสีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องเสีย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

Hidrasec ยาใหม่ใช้รักษาอาการโรคท้องเสีย


Hidrasec เป็นชื่อการค้าของยา racecadotril มีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการท้องเสียเฉียบพลัน ยานี้จัดอยู่ในกลุ่มยารักษาท้องร่วง มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในการยับยั้งเอนไซม์ enkephalinase ที่ทางเดินอาหาร

รักษาอาการท้องเสียได้อย่างไร
ในยามปกติ เอนไซม์ชนิดนี้จะทำลายสาร enkephalin ซึ่งยับยั้งการหลั่งสารน้ำในทางเดินอาหาร ถ้ามีการยับยั้งเอนไซม์ enkephalinase ได้ จะทำให้มี enkephalin เพิ่มมากขึ้นจึงสามารถลดอาการท้องร่วงได้นั่นเอง จัดได้ว่าเป็นยาที่มีกลไกต่างจากยาแก้ท้องเสียรุ่นเก่าๆ


ใช้ยานี้อย่างไร?
ยานี้มีขายในรูปแบบแคปซูล 100 mg  ใช้ได้กับผู้ใหญ่และ เด็กอายุน้อยมากกว่า 15 ปี เมื่อมีอาการท้องไม่ดีก้อเริ่มได้ทันที และสามารถตามติดภายใน 6-8 ชั่วโมงอีก 1 เม็ด
ในเด็กน้อย มียาตัวนี้ในรูปแบบผงแกรนูลสำหรับเด็ก Hidrasec Infant 10mg และ 30 mg  Sachet วิธีใช้ก้อคือ เด็กอายุมากกว่า > 9 ขวบหรือน้ำหนักตัว 27 kg ให้ยา 60 mg ผสมน้ำแล้วดื่มให้หมด วันละ3 ครั้งหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น

ในเด็ก  30  เดือนถึง 9 ขวบ หรือน้ำหนักตัว 13-27 kg ให้ขนาด 30 mg 3 เวลาเช่นกัน

เด็ก 9-30 เดือน หรือ 9-13 kg  ให้ยาขนาด 20 mg แบ่งให้ 3 เวลา

สุดท้าย น้องน้อย 1-9 เดือน น้ำหนักตัวน้อยกว่า 9 kg  ใช้ยาขนาด 10 mg  รับประทานครั้งละ 1 ซอง  วันละ3 ครั้งหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น
   

ห้ามใช้บ้างไหม?
ยานี้มีข้อห้ามในผู้ที่มีการแพ้ยา Racecadotril หรือ แพ้ส่วนประกอบอื่นๆ ในตัวยานี้
และควรระวังการใช้ในหญิงที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร

มีผลข้างเคียงได้แก่ ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมา แต่น้อยกว่าการใช้ยา loperamide และมีการอาเจียน วิงเวียน ปวดศีรษะหรือเกิดอาการง่วงนอนในขณะใช้ยานี้

ได้ผลดีไหม?
จากการทดลองเปรียบเทียบประสิทธิภาพยา racecadotril ในการรักษาโรคท้องร่วงเฉียบพลัน พบว่า สามารถช่วยลดการเกิดโรคท้องร่วง 30% และช่วยลดระยะเวลาเฉลี่ยในการเกิดโรคท้องร่วงจาก 4.4 วัน เหลือ 3.4 วัน  และยาตัวนี้ยังช่วยลด stool weight 28.9%

แหล่งข้อมูลและรูปประกอบ

Journal of Pediatric Gastroenterology and Nutrition
46:S81–S184 # 2008 by European Society for Pediatric Gastroenterology, Hepatology, and Nutrition and
North American Society for Pediatric Gastroenterology, Hepatology, and Nutrition

Hidrasec, MIM Thailand.,
http://www.mims.com/Thailand/drug/info/Hidrasec/

ท้องเสียในเด็ก,

รับมือท้องเสียช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม โดย เภสัชกรหญิงอภิฤดี เหมะจุฑา,

ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน รู้จักไว้ เพื่อป้องกัน โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล

เวลาเราควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ ไหลพรวดๆ บางครั้งเราจะเรียกอาการที่กลั้นไม่อยู่ ว่า ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน หรือลงท้อง ทำให้ทรมานทั้งการหาที่ขับถ่าย รวมทั้งไปมีอาการอยากจะอาเจียร ขย้อน หรือท้องร้องดังครืดคราดไปมา แม้จะหยุดถ่ายไปแล้วก้อตาม หน้าร้อนที่จะมาถึงนี้ เรามาเตรียมการณ์รับมืออาการท้องเสียที่ว่ากันก่อนดีกว่า
อย่างไร เราจึงเรียกว่า "ท้องเสีย"
คือภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือเกิดความผิดปกติในการถ่ายอุจจาระ  ตามปกติแต่ละคนจะมีจำนวนครั้งของการถ่ายอุจจาระในแต่ละวันไม่เท่ากัน บางคนอาจจะถ่ายวันละ 2 - 3 ครั้ง ในขณะที่บางคน 2 - 3 วันจึงจะถ่ายสักครั้ง ท้องเสียจะมีอาการถ่ายเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำที่บ่อยขึ้น อาจจะมากกว่า 3 ครั้งใน 1 วัน อาการนำของการเกิดท้องเสียนั้นก็คือ ลำไส้จะมีการเคลื่อนไหวหรือบีบตัวอย่างมาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดท้อง ถ่ายง่าย และอ่อนเพลียเมื่อมีการถ่ายบ่อยครั้งขึ้น
อาการท้องเสีย แบ่งได้เป็น 2 ชนิด
1. ท้องเสียชนิดเฉียบพลัน
พบในคนส่วนใหญ่ เกิดขึ้นเร็ว แต่เป็นอยู่ไม่นาน มักไม่เกิน 7 - 8 วัน เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น การติดเชื้อ เกิดจากพิษ เกิดจากยาอื่น ถ้าเป็นท้องเสียอย่างเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อในผู้ใหญ่ มักมีสาเหตุมาจากแบคทีเรีย แต่ถ้าเป็นในเด็กมักจะเกิดจากเชื้อไวรัส
อาหารก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมัน หรือรสจัด อาหารที่มีกากหรือเมล็ดมาก ๆ ก็ทำให้เกิดอาการท้องเสียได้เช่นกัน
2. อาการท้องเสียชนิดเรื้อรัง
เกิดจากหลายสาเหตุ และยากต่อการวินิจฉัย ถ้าเป็นบ่อย ๆ และเป็นเวลานานควรไปพบแพทย์ เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและรักษาต่อไป
ท้องเสียอาจมีสาเหตุมาจากทางอารมณ์ ซึ่งมักมีอาการปวดท้องถ่ายบ่อย ๆ แต่ถ่ายครั้งละไม่มาก อุจจาระอาจจะเหลวเป็นน้ำแล้วตามมาด้วยลักษณะปกติ มักเกิดหลังรับประทานอาหารไม่นาน ประมาณ 5 - 15 นาที และบางครั้งก็อาจเปลี่ยนเป็นอาการท้องผูกได้
รูปประกอบการรักษาอาการท้องเสีย acute-diarrheafig1_large.jpg
วิธีป้องกันตนเองไม่ให้ท้องเสีย
ควรหลีกเลี่ยงสาเหตุต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย เช่น อาหารที่ไม่สะอาด อาหารที่ไม่เคยรับประทานมาก่อน อาหารรสจัด ยาบางชนิดที่เคยรับประทานแล้วทำให้ท้องเสีย ตลอดจนพยายามควบคุมอารมณ์ ไม่ให้เกิดความตึงเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป
การรักษาโดยไม่ใช้ยา
ท้องเสียเฉียบพลัน บางครั้งก็หายไปเองในระยะเวลาอันสั้น เช่น รับประทานอาหารผิดสำแดง วิตกกังวล หรือติดเชื้อในลำไส้ที่ไม่รุนแรง อาการท้องเสียเหล่านี้มักจะหายไปเองในระยะเวลาอันสั้น บางทีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยารักษาเลยด้วยซ้ำ
เนื่องจากขณะที่มีอาการท้องเสีย ลำไส้จะดูดซึมน้ำและอาหารน้อยลง และลำไส้มีการเคลื่อนไหวเร็ว จึงเกิดการคั่งของน้ำในลำไส้ ทำให้ปริมาณน้ำในลำไส้มาก จึงถ่ายเหลวบ่อยและมีจำนวนมากขึ้น ดังนั้น การลดปริมาณน้ำในลำไส้ให้น้อยลงมากเท่าใด คือวิธีการรักษาที่ดีเท่านั้น
การงดอาหารในขณะท้องเสียก็เป็นวิธีการรักษาวิธีหนึ่ง ซึ่งไม่มีผลเสียใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าร่างกายแข็งแรงดี เพราะจะช่วยให้ลำไส้ได้พักผ่อน และช่วยให้การทำงานเป็นปกติดียิ่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากรับประทานอาหารเข้าไปมาก อาหารเหล่านั้นก็ถูกดูดซึมเข้าร่างกายได้น้อยหรือไม่ดูดซึมเลย ทำให้ ยิ่งรับประทานมากเท่าใด ก็ยิ่งทำให้เสียน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกายมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และจะไม่ได้ประโยชน์จากอาหารที่รับประทานเข้าไปเลย
สิ่งสำคัญในการรักษาอาการท้องเสียก็คือ ทำอย่างไรก็ได้ที่จะไม่ให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่ เพราะว่าถ้าเสียน้ำและเกลือแร่มาก ๆ จะทำให้ร่างกายมีอาการขาดน้ำ เช่น ตาโบ๋ หนังเหี่ยว ขาดความยืดหยุ่น ไม่เต่งตึง ปากแห้ง ชีพจรเต้นเร็ว ปัสสาวะน้อย ลุกนั่งจะรู้สึกหน้ามืด ถ้าเป็นเด็กเล็กกระหม่อมจะบุ๋มและนอนซึม หรือหายใจหอบ เพราะเสียเกลือแร่ ขาดน้ำ ถ้าเป็นมากก็อาจไม่มีปัสสาวะเลย ชีพจรเบา ความดันต่ำ ตัวเย็น กระสับกระส่าย ช็อค
จะเห็นได้ว่า อันตรายไม่ได้เกิดจากการขาดสารอาหาร แต่เกิดจากการขาดน้ำและเกลือแร่ ดังนั้น ถ้าให้น้ำเกลือทดแทนได้ท้นก็จะรอดพ้นจากอันตรายได้
น้ำเกลือก็คือ "ยา" รักษาอาการท้องเสียนั่นเอง
การให้น้ำเกลือด้วยตนเองทำได้โดยวิธีการรับประทาน ซึ่งจะได้ผลในการรักษาใกล้เคียงกับการให้ทางหลอดเลือด และไม่มีอันตรายจากภาวะที่มีการให้น้ำมากเกินไป
การดื่มน้ำเกลือในระยะแรก ๆ ที่มีอาการท้องเสีย จะทำให้อาการทุเลาและหายไปได้เองโดยไม่ต้องใช้ยารักษา
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์
ไม่ควรใช้ยาแก้ท้องเสียรักษาตัวเอง แต่ควรไปพบแพทย์ถ้ามีอาการดังต่อไปนี้
อุจจาระมีมูกปน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ คล้ายกุ้งเน่า
คลื่นไส้ - อาเจียนรุนแรง
มีไข้สูงเกินกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
ท้องเสียนานกว่า 48 ชั่วโมง
มีไข้ อ่อนเพลียมาก และมีโรคเรื้อรังประจำตัว
ท้องเสียเรื้อรัง รวมกับเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย
ท้องเสียซึ่งอาจมีสาเหตุจากยาอื่น ๆ ที่ใช้อยู่เป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งใช้ยานั้น ๆ จะได้แก้ไขและเปลี่ยนยา
ท้องเสียในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี หรือผู้สูงอายุ เพราะอาจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย
ท้องเสียที่เกิดในสตรีมีครรภ์ เพราะอาจเกิดความผิดปกติทั้งมารดาและทารกในครรภ์ได้
อยากทราบทุกคำตอบของเรื่องยา กรุณาส่งซองคำถามของคุณมาได้ที่อีเมล์ utaisuk@gmail.com หรือแวะไปที่ Facebook “UTAI SUKVIWATSIRIKUL” หรือ “PHARMATREE” ยินดีตอบรับทุกท่านครับ

แหล่งข้อมูล
เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล สงวนลิขสิทธิ์ 10 กย. 2554  
E-mail: utaisuk@gmail.com Facebook: “UTAI SUKVIWATSIRIKUL
ห้ามนำบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ โดยผู้เขียนไปเผยแพร่เชิงพาณิชย์ ให้นำไปเผยแพร่เป็นวิทยาทานหรือเพื่อการศึกษาเท่านั้นผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องยึดหลักความเคารพและคำนึงถึงลิขสิทธิ์ในการสร้างสรรค์งานเขียนและจริยธรรมทางธุรกิจ

การนำเอาบทความ รูปภาพและเนื้อหาอื่นๆ ซึ่งผลิตขึ้นโดยผู้เขียนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและผลิตซ้ำเพื่อเผยแพร่ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาและ Copy url address ไปด้วยเพื่อให้ผู้อ่านสามารถลิ้งค์กลับมาอ่านบทความจากเว็บไซต์ ของผู้เขียนได้โดยตรง

บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพ ไม่แนะนำให้คุณนำไปใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรคด้วยตนเอง ขอความกรุณารับคำปรึกษาได้โดยตรงจากเภสัชกรร้านยาใจดีที่พร้อมดูแลสุขภาพพ่อแม่พี่น้องนะครับ
·      
  รูปประกอบจากเว็บไซต์
http://redroom.com/member/shaun-d-landry/blog/no-one-talks-about-poo-seriously-until-you-get-old-or-in-love
·      The Basics of Diarrhea, WebMD, LLC., http://www.webmd.com/digestive-disorders/digestive-diseases-diarrhea
·      Diarrhea , National Digestive Diseases Information Clearinghouse (NDDIC), A service of the National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases (NIDDK), National Institutes of Health (NIH), http://digestive.niddk.nih.gov/ddiseases/pubs/diarrhea/
·      Diarrhea ,  MedicineNet, Inc., http://www.medicinenet.com/diarrhea/article.htm 
·      Diarrhea  in Children, The Nemours Foundation., http://kidshealth.org/parent/infections/common/diarrhea.html
·      Diarrhea in Children, Grey Bruce Health Unit,  http://www.publichealthgreybruce.on.ca/communicable/fact-sheets/diarrhea-in-children.htm
·      Diarrhoea and vomiting caused by gastroenteritis diagnosis, assessment and management in children younger than 5 years, Royal College of Obstetricians and Gynaecologists., http://www.nice.org.uk/nicemedia/pdf/CG84FullGuideline.pdf
·      Guidelines for the Management of Acute Diarrhea , Department of health service, USA. http://www.bt.cdc.gov/disasters/hurricanes/pdf/dguidelines.pdf  
·      Richard L. Guerrant, et al.  Practice Guidelines for the Management of Infectious Diarrhea, University of Virginia, Charlottesville, http://www.med.upenn.edu/gastro/documents/Clininfecdzguidelinesinfectiousdiarrhea2001.pdf  
·      WGO Practice Guidelines Acute diarrhea , World Gastroenterology Organisation practice guideline: Acute diarrhea,, http://www.omge.org/assets/downloads/en/pdf/guidelines/01_acute_diarrhea.pdf
·      Diarrhea Treatment, WebMD, LLC., http://firstaid.webmd.com/diarrhea-treatment 
·      Diarrhea treatment, http://www.diarrhea-treatment.net/
·      Diarrhea Medications, Drugs.com, http://www.drugs.com/condition/diarrhea.html
·      Stefano Guandalini, MD,  Diarrhea Treatment & Management Director, University of Chicago Celiac Disease Program, Section Chief of Gastroenterology, Hepatology and Nutrition; Professor, Department of Pediatrics, University of Chicago Comer Children's Hospital ,WebMD LLC., http://emedicine.medscape.com/article/928598-treatment
·      นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์, เมื่อลูกท้องเสีย, คลินิกเด็ก.คอม, http://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=67&Itemid=53
·      นพ.ประสงค์ พฤกษานานนท์, การดูแลลูกที่มีอาเจียนและท้องเสีย, คลินิกเด็ก.คอม, http://www.clinicdek.com/index.php?option=com_content&task=view&id=68&Itemid=53
·      ท้องเสียในเด็กทารกขวบปีแรก, http://centralya.com/eweb/news.php?extend.6
·      รับมือท้องเสียช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม โดย เภสัชกรหญิงอภิฤดี เหมะจุฑา, http://utaisuk.blogspot.com/2011/10/blog-post_04.html
·      ภก.ดร.วิรัตน์ ทองรอด, ท้องเสีย... ถ่ายอุจจาระผิดปกติ, นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม : 352
เดือน-ปี : 08/2551, http://www.doctor.or.th/node/5729
·      ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน ทำอย่างไรดี โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล
·      ท้องเสีย ท้องร่วง ท้องเดิน โดย เภสัชกร อุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล, http://www.oknation.net/blog/DIVING/2008/10/07/entry-1

วันพุธที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2554

รับมือท้องเสียช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม โดย เภสัชกรหญิงอภิฤดี เหมะจุฑา



  • ขณะนี้หลายๆ จังหวัดประสบภาวะ “ภัยน้ำท่วม” พี่น้องประชาชนต้องอยู่ในสภาพที่ขาดแคลนน้ำสะอาด เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และเครื่องยังชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการขับถ่ายอุจจาระและการทิ้งขยะ สิ่งปฏิกูลเหล่านี้มีเชื้อโรคปะปนมาอยู่ ถ้าทิ้งมากับน้ำจะทำให้เกิดโรคติดต่อ หากพี่น้องเรานำน้ำที่ท่วมขังมาล้างอาหาร จานชามหรืออุปกรณ์ ประกอบอาหาร เชื้อโรคจะเข้าสู่ร่างกาย ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร อาทิ โรคท้องเสีย อาหารเป็นพิษ ตามมาได้ในที่สุด เรามีบทความเขียนที่เขียนโดย ผศ. ภญ.อภิรดี เหมะจุฑา และทีมงาน มาเป็นคู่มือป้องกันโรคภัยท้องเสียกันนะครับ


    ถ่ายอย่างไรจึงเรียกว่าท้องเสีย

             อาการท้องเสีย (ท้องเดินหรือท้องร่วง) มีหลายความหมายซึ่งมักสื่อแล้วไม่ตรงกัน ในทางสาธารณสุขคำว่าท้องเสียนั้นจะพิจารณาจากลักษณะของการถ่ายอุจจาระร่วมกับความถี่ (ความบ่อย) ของการถ่ายโดยนิยามของอาการท้องเสียหมายถึง
    • อาการถ่ายอุจจาระเหลวกว่าปกติมากกว่าหรือเท่ากับวันละ 3 ครั้ง
    • ถ่ายอุจจาระปนมูกเลือดหรือถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากอย่างน้อย 1 ครั้ง
             อันตรายที่เกิดขึ้นจากภาวะท้องเสียโดยมากเกิดจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกจากร่างกายอย่างมากและรวดเร็ว ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำและอ่อนเพลีย ในรายที่เป็นมากหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจช็อกและเสียชีวิตได้ 

    ท้องเสียเกิดจากอะไร
            อาการท้องเสียพบในช่วงหน้าฝนและขณะที่มีอุทกภัยได้บ่อย เนื่องจากสิ่งแวดล้อมเหมาะสมแก่การเจริญของเชื้อโรค ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อุทกภัยอยู่ในสภาพขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค ขาดเครื่องยังชีพต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการขับถ่ายและการทิ้งขยะซึ่งสิ่งปฏิกูลเหล่านี้มีเชื้อโรคปะปนอยู่ หากประชาชนนำน้ำที่ท่วมขังมาล้างอาหาร อุปกรณ์ประกอบอาหารหรือชำระล้างร่างกายก็จะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและก่อให้เกิดอาการท้องเสียขึ้น อย่างไรก็ตามท้องเสียอาจเกิดจากสาเหตุอื่นนอกจากการติดเชื้อโรคได้เช่นกัน ดังนั้นควรพิจารณาว่าอาหารที่รับประทานในช่วงวันที่ผ่านมามีโอกาสเป็นสาเหตุได้หรือไม่ เช่นอาหารที่รสจัดมากเกินไป ทำให้ระคายเคืองทางเดินอาหารจนเกิดท้องเสียขึ้น

    อาการของโรคท้องเสียเป็นอย่างไร อาการเช่นใดที่ต้องรีบพบแพทย์
             นอกจากการถ่ายเหลว เป็นน้ำหรือมูกเลือดตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว อาการอื่นๆ ที่พบร่วมกับท้องเสียนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการประเมินความรุนแรงของอาการและเป็นแนวทางให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม เช่นอาการที่แสดงถึงภาวะขาดน้ำของร่างกาย ซึ่งหากมีอาการตามที่จะกล่าวต่อมานี้รุนแรงหรือชัดเจนมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องรีบรับการรักษาอย่างเร่งด่วนในโรงพยาบาล อาการที่แสดงถึงภาวะขาดน้ำได้แก่
    • รู้สึกอ่อนเพลียมาก หน้ามืดหรือวิงเวียนเวลาเปลี่ยนท่าทางจากนั่งเป็นยืน
    • ตาลึกบุ๋ม ไม่ค่อยมีน้ำตา (ถ้าร้องไห้) ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะลดลง
    • ปากแห้ง กระหายน้ำบ่อยและมาก
    • มีอาการท้องเสียนานเกิน 2 วัน น้ำหนักตัวลดมากกว่าร้อยละ 5 จากน้ำหนักก่อนท้องเสีย
             นอกจากอาการขาดน้ำ หากผู้ป่วยมีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือปวดท้องอย่างรุนแรงหรือถ่ายเป็นมูกเลือดหรือถ่ายบ่อยมากโดยไม่มีท่าทีจะลดลงหรือมีโรคประจำตัวอย่างเช่นเบาหวาน ตั้งครรภ์ เป็นเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุก็ควรไปพบแพทย์เช่นกัน

    การป้องกันท้องเสียทำได้อย่างไรบ้าง
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับน้ำสกปรกถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรว่าย ลงแช่หรือเล่นน้ำที่ท่วมขัง
    • หมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานทุกครั้ง
    • รับประทานแต่อาหารที่ปรุงสุกใหม่ ผ่านความร้อนอย่างเพียงพอ ไม่มีส่วนประกอบของกระทิซึ่งบูดเสียได้ง่าย
    • กรณีที่ไม่สามารถต้มน้ำดื่มได้ อาจใช้สารละลายคลอรีนที่ผลิตโดยกรมอนามัย ความเข้มข้นร้อยละ 2 หยดลงในน้ำอัตราส่วน 1 หยดต่อน้ำ 1 ลิตร แล้วทิ้งไว้ 30 นาทีจึงสามารถดื่มได้
    • สังเกตวันหมดอายุ และพิจารณาสภาพอาหารแห้ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องกระป๋องว่าภาชนะมีสภาพดีหรือไม่? กลิ่นและสีเป็นปกติหรือไม่? ก่อนการบริโภคทุกครั้ง   
    • ลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากอุจจาระและขยะด้วยการขับถ่ายในห้องส้วมที่ยังสามารถใช้การได้ ในกรณีที่ไม่สามารถใช้ห้องส้วมได้ขอให้ประชาชนขับถ่ายอุจจาระในถุง ถ้ามีปูนขาวหรือน้ำยาฆ่าเชื้อให้ใส่ลงในถุงอุจจาระก่อนแล้วปิดปากถุงให้แน่นแล้วแยกไว้ส่งให้ทางการนำไปกำจัดต่อไป
    • สำหรับขยะภายในบ้านก็ให้เก็บรวบรวมใส่ถุงแล้วผูกปากถุงให้แน่นแล้วรวบรวมส่งให้ทางการนำไปกำจัดต่อไปเช่นกัน

  • การรักษาอาการท้องเสียเบื้องต้นทำได้อย่างไรบ้าง
    การรักษาที่สำคัญและจำเป็นที่สุดคือ การทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป โดยการรับประทานน้ำสารละลายเกลือแร่หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าผง โอ อาร์ เอส (ORS)
    • ถ้ามีผงเกลือแร่ ORS สำเร็จที่บรรจุในซอง โดยทั่วไปให้ละลายน้ำ 1 แก้วต่อผงเกลือแร่ 1 ซอง อย่างไรก็ตามควรอ่านข้อความคำแนะนำข้างซองประกอบเนื่องจากบางผลิตภัณฑ์อาจมีปริมาณเกลือแร่แตกต่างไป การใช้น้ำสะอาดละลายผงยาจึงต้องเป็นตามที่ผลิตภัณฑ์นั้นแนะนำ
    • ดื่มสารละลายผงเกลือแร่แทนน้ำ ทุกครั้งที่กระหาย หากถ่ายเป็นน้ำปริมาณมากให้กะประมาณสารละลายที่ดื่มให้ได้ใกล้เคียงกับที่ถ่ายไป หากมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วยให้จิบทีละน้อยแต่บ่อยๆครั้งแทนการดื่ม
    • ในกรณีที่ไม่สามารถหาผงเกลือแร่ ORS ได้ สามารถเตรียมสารละลายเกลือแร่ขึ้นเอง โดยใช้น้ำตาลทราย 8 ช้อนชาและเกลือป่น 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 ลิตร   
    • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแข็ง อาหารที่ย่อยยากหรืออาหารที่มีกากมาก (เช่น ผัก ผลไม้) กาแฟ เหล้า และอาหารที่มีไขมันมาก ควรรับประทานอาหารอ่อนหรืออาหารเหลวที่ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก หรือน้ำหวาน ผู้ป่วยท้องเสียส่วนใหญ่สามารถดื่มนมได้ แต่หากดื่มนมแล้วอาการท้องเสียรุนแรงขึ้น ให้เลี่ยงการดื่มนมด้วยเช่นกัน
    • ยาต้านเชื้อจุลชีพหรือยาปฏิชีวนะมีความจำเป็นเฉพาะผู้ป่วยท้องเสียบางรายเท่านั้น โดยอาจพิจารณาได้จากมีไข้สูงร่วมกับอาการหนาวสั่น อุจจาระเป็นมูกหรือมีเลือดปน หรือมีโรคประจำตัวเช่นเบาหวานหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์โดยด่วนมากกว่าการรักษาเองที่บ้านเพราะการใช้ยากลุ่มนี้โดยไม่จำเป็น อาจเกิดผลเสียมากกว่าผลดีเช่นแพ้ยาหรืออาการรุนแรงขึ้น
    • ผู้ป่วยท้องเสียไม่ควรรับประทานยาหยุดถ่าย เนื่องจากยิ่งทำให้อาการรุนแรงขึ้นหากท้องเสียเกิดจากการติดเชื้อโรค
  •  
  • ข้อควรระวังในการรักษาท้องเสียโดยผงเกลือแร่
    • การละลายผงเกลือแร่ต้องใช้น้ำสะอาด ซึ่งหากไม่มั่นใจได้ว่าน้ำนั้นสะอาดพอหรือไม่ ให้ต้มน้ำให้เดือดก่อน จากนั้นรอจนเย็นเท่าอุณหภูมิห้องจึงผสมผงน้ำตาลเกลือแร่
    • ผงเกลือแร่เมื่อผสมน้ำแล้วควรใช้ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง หากหลงเหลืออยู่นานกว่า 24 ชั่วโมงหลังชงให้ทิ้งไป
    • ควรระวังการใช้ในผู้ที่มีปัญหาโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ส่วนการใช้ในเด็กให้ใช้ชนิดที่ระบุว่า “สำหรับเด็ก” จะเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
    • เก็บผงน้ำตาลเกลือแร่ไว้ในที่แห้ง เนื่องจากความชื้นอาจทำให้ผงยาเกาะตัว ละลายได้ยาก
    เอกสารอ้างอิง

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เภสัชกรหญิงอภิฤดี เหมะจุฑา

    เภสัชกรหญิงสิรินุช พละภิญโญ
    เภสัชกรกิติยศ ยศสมบัติ
    รับมือท้องเสียช่วงหน้าฝนและน้ำท่วม, คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, www.osotsala-chula.com/administrator/upload/file/ท้องเสีย.pdf

    Atia AN, Buchman AL. Oral rehydration solutions in non-cholera diarrhea: a review. Am J Gastroenterol 2009; 104(10): 2596-604.
    Baldi F, Bianco MA, Nardone G, et al. Focus on acute diarrhoeal disease. World J Gastroenterol 2009; 15(27): 3341-8.
    Bhattacharya SK. Management of acute diarrhoea. Indian J Med Res 1996; 104: 96-102.
    CHOICE Study Group. Multicenter, randomized, double-blind clinical trial to evaluate the efficacy and safety of a reduced osmolarity oral rehydration salts solution in children with acute watery diarrhea. Pediatrics 2001; 107(4): 613-8.
    Diemert DJ. Prevention and self-treatment of traveler's diarrhea. Clin Microbiol Rev 2006; 19(3): 583-94.
    Farthing MJ. Diarrhoea: a significant worldwide problem. Int J Antimicrob Agents 2000; 14(1): 65-9.