แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายยา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฎหมายยา แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เปิดร้านยาอย่างไรจึงจะไม่ติดคุก? ตอนที่1: เป็นเภสัชกรร้านยาต้องรู้กฎหมายยาอะไรบ้าง? โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


ระยะนี้มีข่าวร้านยาและเภสัชกรโดนจับกุมหลายเรื่อง หลายข้อหาเหลือเกิน โดยมีเจ้าภาพจากหลายค่ายหลายหน่วยงานทั้งสารวัตรยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ สคบ. นู่น นี่ นั่น ทำให้ใครที่เคยคิดว่าเปิดร้านยาแล้วเป็นงานสบายๆ หนิมๆ เงียบๆ ไม่ไปมีปากเสียง ไปมีเรื่องอะไรกับใคร แต่ใครจะรุ้ว่าการเปิดร้านยาทุกวันนี้ มีความเสี่ยงที่จะถูกแจ้งความ ฟ้องร้อง จับกุม ส่งฟ้องดำเนินคดีมากมายเหลือเกิน ทั้งโดยตรงในส่วนของการละเลย ละเมิดไม่ปฎิบัติตามกฎหมาย พรบ.ยา หรือ กฎกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงกฎหมายใหม่ๆ ที่ตั้งวงใหม่ขึ้นมา ตีกรอบผลักภาระให้เจ้าของร้านยาที่ไมรู้เท่าทัน เหลี่ยมกฎหมายต่างๆ ไปเป็นผู้ต้องหา ที่มีทั้งโทษตั้งแต่ตักเตือน ปรับเป็นเงิน หรือสุดท้ายอาจต้องรับโทษถึงจำคุกต้องขังได้

ในฐานะเภสัชกรร้านยา ขอมาทบทวนเล่าเรื่องคำแนะนำในการให้ทุกท่าน ผู้ประกอบการร้านยาทั้งหลายได้ตรวจสอบว่าธุรกิจของท่านได้ดำเนินการถูกต้องเป็นไปตามกบิลบ้านเมืองหรือไม่ หากทีสิ่งใดที่ไม่รู้ไม่เข้าใจ เรายังจะแนะนำแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยม ที่ค้นคว้าและนำเสนอโดยผู้ชำนาญในข้อกฎหมายที่จะมาสรุปให้เรา ได้ไปเปิดดำเนินร้านยาได้สอดคล้องถูกต้องตามกฎหมาย ค้าขายสบายใจ ไม่โดนปรับ ไม่มีใครมาชวนไปติดคุกโดยไม่ตั้งใจต่อไปนะครับ

ทำไมต้องมีกฎหมายยา?
ในสังคมไทยของเรานั้นมีประชากรจำนวนมากที่มีความแตกต่างกันมาก ทั้งด้านความคิดเห็นและพฤติกรรมต่างๆกัน รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิต เรามุ่งหวังให้ทุกคนมีการดูแลร่างกายให้มีสุขภาพดี ถ้าหากเจ็บป่วยด้วยโรคาพยาธิ ก้อสมควรได้การรับการรักษาพยาบาลที่ถูกต้อง และได้รับส่งมอบยาที่มีคุณภาพจากเภสัชกรที่ผ่านการเรียนฝึกอบรมมาอย่างเชี่ยวชาญ

หรือหากคุณเองอยากจะเสริมเพิ่มเติมความสวยงามด้วยศัลยกรรม ก้อต้องผ่านมือแพทย์ผู้ชำนาญโดยตรง ที่ต้องใช้เครื่องมือที่ปลอดภัย รวมไปถึง  เวชสำอาง หรืออาหารเสริมก้อต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพจากเภสัชกร  เห็นมั้ยว่า ในสังคมไทยบ้านเราจึงจำเป็นต้องมีกฎระเบียบหรือกติการ่วมกัน เพื่อเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการควบคุมความประพฤติทั้งผู้ป่วยและผู้ให้การรักษา ให้ได้รับการบริการที่ถูกต้อง ปลอดภัยและเป็นธรรม ในที่สุด ก็จะช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับสังคม ไม่ให้เกิดความวุ่นวาย ถ้านึกไม่ออกว่าจะยุ่งวุ่นยากยังไง ก้อดูกรณีตัวอย่างล่าสุด น้อง pretty ที่หลงไปฉีดคอลลาเจนกับหมอเถื่อน แล้วมีผลตามมาทำให้ถึงกับเสียชีวิตน่านแหละครับ ถ้าไปรับการรักษาพยาบาลที่หน่วยงานที่ถูกต้อง มีการเลือกใช้ผลิตภัณท์ยาที่มีการนำเข้าถูกต้อง และได้รับการดูแลจากแพทย์แท้จริง คงไม่เกิดโศกนาฎกรรมดังว่า    

ดังนั้นกฎหมายจึงเป็นแนวทางปฏิบัติยึดถือเพื่อความสงบเรียบร้อย ช่วยให้การดำเนินชีวิตของพลเมืองไทยทุกคนปฏิบัติตนตามข้อบังคับของกฎหมาย ถ้าใครฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษ เพื่อป้องปรามไม่ให้ใครก้อตามมาล่วงละเมิด

ดังนั้นกฎหมายจึงเป็นเกณฑ์สำคัญที่เป็นหลักของความยุติธรรมที่ช่วยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราทุกคนให้มีสุขภาพดีตามเกณท์ที่เป็นที่ยอมรับ ตรวจสอบได้ และให้ความปลอดภัยแก่ร่างกายและจิตใจของเราได้มากที่สุด  

เป็นเภสัชกรร้านยาต้องรู้กฎหมายอะไรบ้าง?
ในความจริงแล้วกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการหรือเภสัชกร ที่มาจัดตั้งองค์กร เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกหรือร้านยานั้นมีหลายฉบับที่เกี่ยวโดยตรง ตั้งแต่กฎระเบียบในการจัดตั้งองค์กรธุรกิจ การจดทะเบียนรูปแบบนิติบุคคล ระบบภาษี กฎหมายแรงงานและอื่นๆ อีกมากมายซึ่งหวังว่าท่านเจ้าของร้าน จะได้ไปค้นคว้าหาความรุ้หรือสรรหาผู้ชำนาญจะเป็นทางเลือกที่ดี่สุด

แต่กฎระเบียบที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับธุรกิจยาก้อมีตั้งแต่ พระราชบัญญัติยา และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง กฎและประกาศของกระทรวงสาธารณสุขต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยตรง   รวมไปถึง ข้อกำหนดทางจริยธรรมที่แม้นไม่ตราไว้เป็นข้อบังคับ แต่ก้อเพื่อให้ เภสัชกรได้ปฎิบัติหน้าที่ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม ในร้านยาที่เป็นหน่วยบริการทางสุขภาพที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้

กรณีที่ท่านเป็นเภสัชกรเองคงได้รับการร่ำเรียนกระบวนวิชา กฎหมายทางเภสัชศาสตร์มาแล้ว ซึ่งไม่อยากนำมาเล่ากล่าวให้ฟังซ้ำซ้อน แต่จะนำมาทบทวนใน
หัวข้อกว้างที่ท่านจำเป็น “ต้องรุ้” และเข้าใจอย่างถ่องแท้ ในการนำไปประกอบธุรกิจร้านยาได้ อันได้แก่
·     ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมายทั่วไป
·     พระราชบัญญัติยาแต่ละฉบับ
·     พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ
·     พระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
·     พระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม และสิทธิผู้ป่วย
·     จริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม

·     พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค + PL Law

·     พระราชบัญญัติอาหาร

·     พระราชบัญญัติเครื่องสำอางค์

·     พระราชบัญญัติสถานพยาบาล

·     ทรัพย์สินทางปัญญาและพระราชบัญญัติสิทธิบัตร CL

·     Good Pharmacy Practice  หรือวิธีการที่ดีทางเภสัชกรรม 

สำหรับท่านผู้รับอนุญาตเอง หากข้อกฎหมายที่กล่าวนำมามีข้อกำหนดให้ปฏิบัติ ท่านจะละเลยไม่ได้ในการสื่อสารให้เภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฎิบัติการของท่าน ต้องเป็นที่พึ่งในการดูแลการเปิดร้าน การดูแลกลุ่มผลิตภัณท์จัดสัดส่วนให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ตรวจดูคุณภาพยาตามประเภท ปกป้องไม่ให้มีการจ่ายยาหมดอายุ  การจัดทำบัญชียาต่างๆ และทุกๆข้อที่เป็นหน้าที่ของเภสัชกรในอนาคต ได้แก่  GPP หรือวิธีการที่ดีทางเภสัชกรรมซึ่งเป็นหลักการสากลในระดับโลก  และได้แปลงมาเป็นมาตรฐานของร้านยาคุณภาพที่กำลังมีการรณรงค์ให้ร้านยาสมัครเข้าโครงการอยู่ในขณะนี้  และในเวลาอีกไม่ไกลจะมีการผลักดันให้ มีการนำมาตรฐานนี้มาใส่ไว้ในกฎหมาย  โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 2 ฉบับ  คือ (ร่าง) กฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการออกใบอนุญาต และต่ออายุใบอนุญาต (ร่าง) ประกาศกระทรวงว่าด้วยหลักปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม

สุดท้ายแล้ว ในบทความของชุดนี้ เราจะมาเล่าต่ออย่างละเอียดต่อไป ให้เห็นว่าอนาคตร้านยาต่อไปแล้วจะเป็นโลกของมืออาชีพทั้งด้านการจัดการค้าปลีก การให้บริการวินิจฉัยโรคและการปฎิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดเปลี่ยนแปลงใหม่ๆที่ตามมาในที่สุด ...อีกไม่นาน

แหล่งข้อมูลที่แนะนำให้ไปทำความเข้าใจเรื่องกฎหมายยา
·     กฎหมายยาและแนวทางปฎิบัติตามกฎหมาย โดย"สำนักยา”

·     แนวทางปฎิบัติของร้านยา แบ่งตามหัวข้อ โดย ภก.นฤป ถาวรทวีวงษ์ http://pharmanet.co.th/articles.php?article_no=10

·     บทสรุปย่อและคำอธิบายกฎหมายยา โดยภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์

วันพุธที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เปิดร้านยาอย่างไรจึงจะไม่ติดคุก ? โดยเภสัชกรอุทัย สุขวิวัฒน์ศิริกุล


ระยะนี้มีข่าวร้านยา เภสัชกร โดนจับกุมหลายเรื่อง หลายข้อหาเหลือเกิน ใครที่ไม่รุ้ก้อคิดว่าเปิดร้านยาเป็นงานสบายๆ ไม่ไปมีเรื่องอะไรกับใคร ในฐานะเภสัชกรร้านยาขอแนะนำแหล่งข้อมูลชั้นเยี่ยมเขียนโดยผู้ชำนาญในข้อกฎหมายที่จะมาสรุปให้เราทราบว่า “เปิดร้านยาอย่างไรจึงจะถูกต้องตามกฎหมาย ค้าขายสบายใจ ไม่โดนปรับ ไม่ติดคุก”

ทำไมต้องมีกฎหมายยา ครอบคลุมหัวข้อสำคัญทั้งหมด โดย ภก.นฤป ถาวรทวีวงษ์
ยารักษาโรคยังนับเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่เป็นความ ต้องการพื้นฐานและความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ นอกเหนือจากอาหาร ที่อยู่อาศัย และเครื่องนุ่งห่ม ความต้องการยารักษาโรคของมนุษย์มีการพัฒนา ค้นคว้า และวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อต้านและต่อสู้กับวิวัฒนาการของโรคร้ายที่เกิดขึ้นใหม่ๆ บนโลกใบนี้แทบทุกปี เมื่อยาและโรค มีวิวัฒนาการมาโดยตลอด ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องการยกร่างและจัดทำกฎหมายออกมาควบคุมกำกับดูแลเพื่อให้ทันและสอดคล้องกับวิวัฒนาการ ดังกล่าว

ในประเทศไทยมีกฎหมายเรียกว่า พระราชบัญญัติยา บังคับใช้มาตั้งแต่ พ.ศ. 2510 และในปีนี้รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข กำลังเตรียมยกร่างพระราชบัญญัติ ยาฉบับใหม่ขึ้นมา ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจทานในข้อกฎหมาย จากคณะกรรมการกฤษฎีกา

สาระสำคัญหลักๆ ของร่างกฎหมายดังกล่าวก็คือ การปรับปรุงคณะกรรมการ ยาแห่งชาติใหม่ ซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านยา เพื่อให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นในส่วนของคณะกรรมการยาแห่งชาติ ตามมาตรา 7 ของร่างพระราชบัญญัติยาฉบับใหม่ ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายเป็นประธานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นรองประธานคนที่ 1 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรองประธานคนที่ 2 กรรมการอื่นๆ ประกอบด้วยภาคราชการต่างๆ

ในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ยังมีการกำหนดมาตรการทางการปกครอง โดยเฉพาะการกำหนดบทลงโทษตามมาตรา 99/24 ที่กำหนดว่า ผู้ใดผลิต หรือ นำเข้ายาปลอม อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 82(1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 3 แสนบาทถึง 5 ล้านบาท

ผู้ใดผลิตหรือนำเข้ายาปลอมที่เป็นอาหารสัตว์ผสมยา อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 82(1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 5 แสนบาท การผลิตหรือนำเข้ายาปลอมที่มีลักษณะตามมาตรา 83(2) (3) (3/1) (3/2) หรือ (4) อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 82(1) ถ้าผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า สามารถพิสูจน์ได้ว่ายานั้น ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้ยา หรือกรณีที่เป็นยาสำหรับสัตว์ ผู้ผลิตหรือนำเข้าสามารถ พิสูจน์ได้ว่า ยานั้นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่มนุษย์และสัตว์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท......และในมาตรา 99/25 ก็เช่นเดียวกันกำหนดว่า..ผู้ใดขายยาปลอม อันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 82(1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 2 ล้านบาท ผู้ใดขายยาปลอมที่เป็นอาหารสัตว์ผสมยา อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 82(1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 3 ปี และปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 3 แสนบาท

การขายยาปลอมที่มีลักษณะตามมาตรา 83(2) (3) (3/1) (3/2) หรือ (4) อันเป็น การฝ่าฝืนมาตรา 82(1) ถ้าผู้ขายสามารถพิสูจน์ได้ว่า ยานั้นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่ ผู้ใช้ยา หรือกรณีที่เป็นยาสำหรับสัตว์ ผู้ขายสามารถพิสูจน์ได้ว่า ยานั้นไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่มนุษย์และสัตว์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 แสนบาท...

มากมายเกินไปกว่าจะเข้าใจได้ใช่ไหมครับ ภก.นฤป ถาวรทวีวงษ์ เภสัชกรมังกรซ่อนตัวอยุ่ในหุบเขาซอยอโศก ได้นำมาสรุปเป็นแต่ละหัวข้อตามแนวทางปฎิบัติที่ร้านยาพึงสังวรไว้ ขอความกรุณาตามไปดูได้ที่

ทุกท่านสามารถไปค้นดู กฎหมายแต่ละฉบับได้ที่นี่

กฎหมายยาและแนวทางปฎิบัติตามกฎหมาย โดย"สำนักยา”
สำหรับเภสัชกรมือใหม่ ไม่แน่ใจเรื่องอะไร โดยเฉพาะแนวทางปฎิบัติต่างๆ สามารถไปดูรายละเอียด การทำงาน แบบฟอร์ม ขบวนการทำงาน รวมถึงข้อมูล

1. พระราชบัญญัติยา (พรบ.ยา)
         - ข้อมูลพระราชบัญญัติยาจาก web อย.
         - Down load พระราชบัญญัติยา จาก กฤษฎีกา

   2. กฎกระทรวง

   3. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

   4. ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

   5. ประกาศสำนักยา

   6. คำสั่งกระทรวงสาธารณสุข
         - คำสั่งกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง แก้ไขทะเบียนตำรับยา
         - คำสั่งกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง เพิกถอนทะเบียนตำรับยา
   7. คำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

   8. ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข

   9. ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

   10. ระเบียบสำนักยา

   11. ระเบียบคณะกรรมการยา

ขอความกรุณาตามไปดูได้ที่

สรุปย่อประเด็นการเปิดร้านขายยา ตามร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ 
โดยภก.ปรุฬห์ รุจนธำรงค์
กฎหมายยาปัจจุบัน คือ พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม และร่างกฎหมายใหม่ คือ ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับคณะกรรมการกฤษฎีกา และฉบับประชาชน
ที่กำลังๆ ว่าจะเข้ามาหลายทีแล้ว อยากรุ้มั้ยว่าหากกฏหมายใหม่มีผลบังคับ ร้านยาของเราต้องเตรียมตัวอย่างไร เรามีบทสรุปย่อประเด็นวิชาชีพด้านสุขภาพกับการเปิดร้านขายยา ตามร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับใหม่ โดยเภสัชกรหนุ่มหล่อสุภาพ มีชาติสกุล ภก. ปรุฬห์ รุจนธำรงค์ ขอความกรุณาตามไปดูได้ที่ http://rparun.blogspot.com/2011/09/draftdrugact02.html

กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคกับร้านยา
โดยคุณ ปริญญา อัครจันทโชติ
ช่วงที่ผ่านมาได้มีกฎหมายออกใหม่ที่เกี่ยวข้องกับร้านขายยา แม้ว่าจะไม่เกี่ยวโดยตรง แต่ก็ได้รับผลกระทบ ทั้งในฐานะผู้ประกอบการร้านขายยา และในฐานะของประชาชนทั่วไปที่เป็นผู้บริโภคสินค้าอื่นๆ มีอยู่สองฉบับที่ เราต้องรุ้ ขอแนะนำให้ตามไปอ่านบทสรุปโดยคุณ ปริญญา อัครจันทโชติ จะมาสรุปเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ.๒๕๕๑ และพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัย พ.ศ.๒๕๕๑ ถ้าเราไม่รุ้ เขียนฉลากยาไม่ถูกต้อง ไม่ดูแลการเก็บรักษายาให้ดี คนไข้บริโภคเข้าไปแล้วเกิดอันตราย ความย่อยยับจะมาเคาะประตูธุรกิจท่านทันที ขอความกรุณาตามไปดูได้ที่


รูปประกอบจาก
http://news.hatyaiok.com/?p=150569 และ http://www.thairath.co.th/content/region/266779

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555

กฎหมายใหม่ที่จะมีผลต่อร้านขายยา โดย ภก.ประสิทธิ์ วงศ์นิจศีล

อนาคตร้านยาจะเป็นอย่างไร เรามีมุมมองของนายกชมรมร้านขายยา ท่านเดิมคือ พี่ ภก.ประสิทธิ์ วงศ์นิจศีล ที่เคยนำเสนอไว้ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย 29 เมษายน 2550 ที่สท้อนถึงสภาวะทางกฎหมายใหม่ๆ ได้แก่ 
ร่าง พ.ร.บ. ยาใหม่ผ่านมติ ครม. ( ครั้งที่ 2 ) เมื่อปลายปี 2549 และกฏหมายความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย (Product Liability Law : PL Law)
รวมไปถึงสภาวะการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของร้านยายุคดั้งเดิมอีกด้วย 

ถึงแม้นข้อมูลอาจจะเนิ่นช้าไป แต่หากพิจารณาดูด้วยใจเป็นนักวิเคราะห์และมุมมองเภสัชกร เราจะมองเห็นว่ากฎหมายที่ออกใหม่ หรืออยู่ในระหว่างพิจารณาจากทุกหน่วยงาน จะมีผลกระทบต่อทุกองค์กรในการดำเนินธุรกิจหรือหน่วยงานควบคุมบังคับใช้กฎหมายทั้งสิ้น 

ยิ่งไปกว่านั้นหากได้กลับไปทบทวนการเคลื่อนไหวของหน่วยงาน สมาคม ชมรม กลุ่มวิชาชีพเราจะมองเห็นภาพชัดเจนของการรวมตัวกันเป็นชมรมร้านขายยาเพื่อเริ่มต้นศึกษาข้อเด่น ด้อยของกฎหมาย และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะมีผลต่อร้านยาดั้งเดิมของกลุ่มตนเอง  ขอให้พิจารณาเป็น Best practice นะครับ 

แหล่งข้อมูล
ร่าง พ.ร.บ. ยาใหม่ โดย ภก.ประสิทธิ์ วงศ์นิจศีล
http://www.cdsdrug.com/ubmthai-smf/index.php?topic=24.0

การปรับตัวครั้งใหญ่ต่อธุรกิจร้านขายยา
http://www.ran-ya.com/index2.htm

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น

ร่าง พ.ร.บ.ยา ฉบับ สนช.
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/147300